[SF] ...JEALOUS... [8059] #3 Ending
posted on 25 Oct 2010 18:02 by rupingfic in SFPart :: Ending
Pairing :: Yamamoto x Gokudera [8059]
Rating :: PG-13
Genre :: Drama
Author :: YuuYuu
Date :: 25.10.2010
แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องไปยังร่างทั้งสองร่างที่เดินเคียงคู่กันไปโดยไร้บทสนทนาใด ๆ นภาตัวเล็กได้แต่แอบมองผู้พิทักษ์ที่เดินเคียงข้างด้วยสายตาที่ฉายแววเป็นห่วงเพราะทันทีที่ออกมาจากห้องเรียนรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าก็เลือนหายไปในทันใด
ทั้งคู่เดินมาจนถึงร้านน้ำแข็งใสเจ้าประจำก่อนจะสั่งและรออย่างเงียบ ๆ ไม่นานนักน้ำแข็งใสที่ส่งไอเย็นก็ถูกนำมาวางตรงหน้าทั้งสอง ทั้ง ๆ ที่สึนะโยชิเองก็ตักน้ำแข็งใสเข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว หากคนที่ชักชวนให้มาทานกลับได้แต่นั่งเหม่อมองน้ำแข็งใสที่กำลังละลายอย่างช้า ๆ ดวงตาสีเขียวสดนั้นซีดลงกว่าเดิมมากนัก รอยแดงช้ำตรงขอบตาก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวันจนสึนะเองก็เริ่มเป็นห่วงมากขึ้น
เจ้าของดวงตาเขียวสดที่เริ่มซีดจางตามความรู้สึกนั้นได้แต่นั่งเขี่ยน้ำแข็งใสไปมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะตักเข้าปาก เกล็ดน้ำแข็งใสละลายไปอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับหัวใจของวายุที่เริ่มอ่อนแรงลงทุกวัน หากความเจ็บปวดกลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ และก่อนที่โกคุเดระจะดำดิ่งไปสู่ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นก็ถูกเสียงเรียกชื่อจากคนที่เทิดทูนที่สุดเรียกคืนจากภวังค์
“โกคุเดระคุง...”
“คะ..ครับ รุ่นที่สิบ...มี...มีอะไรหรือครับ?”
สึนะโยชิอ้าปากค้างครู่หนึ่งเหมือนอยากจะพูดอะไรออก หากก็ถอนหายใจแผ่วเบาและเปลี่ยนเป็นฉาบรอยยิ้มบาง ๆ ไว้แทน
“น้ำแข็งใสจะละลายหมดแล้วนะ”
“อ๊า ผมลืมไปเลย...ขอบคุณที่เตือนนะครับท่านรุ่นที่สิบ”
ผู้พิทักษ์วายุรีบกระวีกระวาดตักเกล็ดน้ำแข็งใสเข้าปากเมื่อเห็นว่าความเหม่อของตัวเองทำให้มันละลายเกือบครึ่งถ้วยแล้ว โกคุเดระหัวเราะแหะ ๆ เป็นการกลบความคิดที่ดูเหมือนจะล่องลอยไปไกลแสนไกล เจ้าตัวรีบตักน้ำแข็งใสเข้าปากอีกคำก่อนจะหลับตาปี๋เพราะความเย็นมันจี๊ดขึ้นสมอง สึนะโยชิได้แต่ฉาบรอยยิ้มบาง ๆ เช่นเดิมเอาไว้
“โกคุเดระคุงมีอะไรอยากจะปรึกษาฉันมั้ย”
ความกระวีกระวาดเมื่อครู่ของโกคุเดระหายไปในทันใด เหลือเพียงแค่อาการชะงักเท่านั้น วายุเบิกตากว้างแววตาตื่นตระหนกเมื่อได้ฟังคำถามนั้นจากวองโกเล่ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการผลุบตามองถ้วยน้ำแข็งใส ดวงตาสีเขียวนั้นซีดลงอีกจากเดิมที่มันซีดอยู่แล้ว ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่นจนเป็นเส้นเดียว มือที่ถือช้อนและจับถ้วยน้ำแข็งใสสั่นเล็ก ๆ
วายุอึกอักไปสักพักจึงกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาดวงตาสีน้ำตาลที่เข้มแข็งหากก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ดวงตาสีเขียวมรกตกลับมาเข้มขึ้นได้อีกนิดก่อนที่ปากบางสวยจะอ้าปากเพื่อจะพูดสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด หากมันก็ไม่มีเสียงลอดออกมาสักนิด
ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อสายตาดันเผลอไปจับจ้องภาพที่อยู่ข้างนอก ภาพที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากมายมหาศาล ลมหายใจหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่เต้นตุบ ๆ อยู่ที่อกด้านซ้ายคล้ายจะเต้นช้าลง ช้าลงจนท้ายที่สุดมันคงจะหยุดเต้น โลกของเขามืดสนิทเหมือนดั่งจมลงไปกลางทะเลลึก
ไม่มีแสงสว่าง ไม่มีอากาศหายใจ
และตายไปอย่างช้า ๆ
เด็กหนุ่มร่างสูงที่เดินเคียงคู่กับหญิงสาวที่สูงถึงแค่ไหล่ของอีกฝ่ายกำลังทานไอติมโคนอย่างเอร็ดอร่อย ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นถูกท่อนแขนเล็กผิวขาวจนดูน่าทะนุถนอมควงเอาไว้ รอยยิ้มกว้างจนตาปิดถูกฉาบไว้ที่ใบหน้าของทั้งคู่ก่อนที่มายูจะถูกยามาโมโตะเรียกให้หยุดซึ่งดูเจ้าหล่อนก็ดูงุนงงมิใช่น้อย ฝ่ามือแกร่งของพิรุณประคองไปที่ใบหน้าเล็กของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน หลังจากนั้นจึงใช้หัวแม่มือปาดรอยไอศกรีมที่เลอะตรงริมฝีปากของฝ่ายหญิง เช็ดมันออกเบา ๆ และเลียไอติมส่วนที่เลอะนั้นเอง ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือโยกศีรษะเล็ก ๆ ของมายูนั้นช้า ๆ แล้วจึงเริ่มเดินต่อไป
...เจ็บ
...ปวด
หัวใจที่เจ็บจนพูดอะไรไม่ออกนั้นกลับเหมือนมีเข็มนับพันเล่มโถมเข้ามาแทงจนมันเจ็บซ้ำ
เจ็บ
...จนเจียนตาย
คนตัวเล็กตรงหน้าดูสงสัยไม่น้อยที่เขาไม่พูดอะไรออกมา แต่กลับกลายเป็นอาการค้างชั่วขณะจึงลองหันมองไปตามสายตาของเขา หลังจากนั้นจึงรีบหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง และนั่นเป็นผลที่ทำให้วายุหลับตาแน่นเหมือนสะกดความรู้สึกเอาไว้
สะกดความรู้สึกที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
ความรู้สึกที่อยากได้มาครอบครอง
ความรู้สึกที่อยากได้มาเป็นเจ้าของ
ความรู้สึกที่อยากจะแย่งยามาโมโตะมาเป็นของเขาเพียงผู้เดียว
...ความรู้สึกอิจฉา
“โกคุเดระคุง...”
“..........ไม่มีอะไรครับท่านรุ่นที่สิบ”
หลังจากที่ไปส่งวองโกเล่ถึงที่บ้านและเห็นว่าเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วนั้น ผู้พิทักษ์วายุก็ได้เดินไปตามเส้นทางเพื่อกลับที่พักของตัวเองคนเดียว ดวงจันทราครึ่งเสี้ยวสาดแสงสีเหลืองนวลพร้อมรอบข้างที่ถูกล้อมไว้ด้วยหมู่ดวงดาวเล็ก ๆ แม้ไม่มากเท่าคืนเดือนแรมหากก็ไม่น้อยไปกว่าคืนเดือนเพ็ญ
โกคุเดระเงยหน้ามองท้องนภาที่โรยตัวสีดำพลางถอนหายใจเบา ๆ นัยน์ตาสีเขียวมรกตซีดนั้นสะท้อนภาพของดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวก่อนที่ความทรงจำจะหวนแล่นไปยังคืนวันที่มีร่างสูงของยามาโมโตะเดินเคียงข้าง เสียงหัวเราะกับรอยยิ้มที่ยิ้มจนตาปิดตามแบบฉบับของเจ้าบ้าเบสบอลยังคงดังก้องกังวานภายในโสตประสาท ทว่าตอนนี้เค้าเหลือแค่เพียง
ไอร้อนจากมวลอากาศที่อยู่เคียงข้าง
...และเสียงสายลมร้อนพัดผ่านที่ดังเข้ามาให้ได้ยินเพียงเท่านั้น
เพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ไม่มียามาโมโตะสำหรับเขาอีกแล้ว
ไม่มีหยาดฝนที่เคียงคู่พายุอีกแล้ว
จากนี้ต่อไปจะมีแค่เพียง
...สายลมที่พัดผ่านไปอย่างเดียวดาย
เสียงนาฬิกาบ่งบอกเวลาสี่ทุ่มตรงพอดีกับที่โกคุเดระทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ร่างบางเช็ดผมที่มีหยดน้ำเกาะตรงปลายเส้นผมก่อนจะดันประตูระเบียงเพื่อที่จะไปนั่งตากลมร้อนหากเย็นสบากเฉกเช่นทุกครั้ง มือเรียวไม่ลืมที่จะคว้าโทรศัพท์มือถือติดมือมาด้วยเพราะความเคยชิน แม้จะไม่มีหยาดฝนคอยโทรหาแล้วก็ตาม หากวันนี้กลับผิดคาดกับที่คิดไว้เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานเครื่องสื่อสารที่ไว้ข้างกายก็กลับดังขึ้นมาเสียอย่างนั้น และยิ่งผิดคาดมากขึ้นไปอีกเมื่อหน้าจอปรากฏชื่อของยามาโมโตะ คิ้วเรียวสวยขมวดกันจนจะเป็นปม โกคุเดระชั่งใจอยู่สักพักจึงกดรับ
‘โกคุเดระ...ดีจริงที่นายรับสายฉัน’
เสียงร่าเริงของยามาโมโตะดังมาตามสาย หากคนรับสายกำลังเม้มปากจนเป็นเส้นเดียวเพื่ออดกลั้นเสียงสะอื้นที่อย่างไรก็ให้คนปลายสายรับรู้ไม่ได้ น้ำอุ่น ๆ ที่รื้อขึ้นมาคลออยู่ที่ดวงตานั้นกำลังจะไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาคิดถึงเสียงนี้มากเพียงใด แม้พยายามจะเลิกคิดถึงเลิกเฝ้าหา หากทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามจะทำเพื่อให้เลิกนั้นกลับพังทลายลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้จะคอยย้ำคอยพร่ำบอกกับตัวเองว่าเขากับยามาโมโตะมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว หากภายในใจก็กลับแย้งอย่างไร้เหตุผล
“แก...มีอะไร”
พยายามอย่างมากที่จะบังคับเสียงไม่ให้สั่น หากเขาก็ทำได้ไม่ค่อยดีนักเมื่อเสียงยังคงสั่นเครือเล็ก ๆ เขาจึงเลือกที่จะถามประโยคสั้น ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงสั่นของเขา
ไม่ให้ยามาโมโตะรู้ว่า
...เขาอ่อนแอเพียงใดเมื่อขาดสายฝน
‘ฉัน......นั่นสินะ ฉันมีอะไรถึงโทรหานายแบบนี้’
“มีอะไรก็ว่ามา...”
‘ฉันแค่...คิดถึงนาย’
“อึก...”
โกคุเดระอึ้งไปกับประโยคบอกคิดถึงของยามาโมโตะ ตอนนี้ภายในสมองของเขามันสับสนไปหมดเมื่อเขาไม่รู้ว่ายามาโมโตะจะมาบอกคิดถึงเขาทำไม ในเมื่ออีกฝ่ายก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วเช่นนี้ วายุยอมรับกับตัวเองว่าเขารู้สึกดีใจที่ได้ยินคำพูดหวานเหมือนที่เคยได้ยินเป็นประจำก่อนที่จะมีหญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมายืนเคียงข้างกายของพิรุณ
“ฉัน....”
‘ทาเคะจาง~ อ้าวคุยโทรศัพท์อยู่เหรอ...กับโกคุเดระคุงงั้นเหรอ?’
เสียงของมายูดังลอดออกมาจากปลายสายพร้อมกับเสียงทุ้มอ่อนโยนของพิรุณตอบกลับไป ต่อมาจึงเป็นเสียงหัวเราะใสของมายูอีกครั้ง ทำให้คำพูดที่โกคุเดระคิดไว้นั้นถูกกลืนหายลงไปในคอ น้ำตาที่รื้นคลออยู่ที่ดวงตาเหือดหายไปทันใดพร้อมกับดวงตาสีเขียวซีดนั้นถูกปิดลงเพื่อเก็บกดความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงหวานของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวจริงของยามาโมโตะ ประโยคหวานที่เคยพร่ำบอกนั้นมันก็เหมือนกับความฝันที่เขาจะต้องตื่นขึ้นมาพบเจอกับความเป็นจริงอันแสนโหดร้าย
แท้จริงแล้วพิรุณไม่ใช่ของสายลม
มือเรียวตัดสินใจกดปุ่มวางสายก่อนจะวางมันไว้ที่ข้างกายเช่นเดิม ศีรษะที่มีเส้นผมสีเงินสลวยปกคลุมนั้นเงยหน้าพิงกับบานประตูกระจก ดวงตาเรียวยังคงหลับตาสนิท เสียงสะอื้นฮักเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อร่างบางเก็บกั้นความรู้สึกที่มีอยู่นั้นไม่ไหว ความเจ็บปวดมันเอ่อล้นเกินกว่าที่เขาจะนึกถึง หัวใจที่ยังคงเต้นตุบ ๆ นั้นเจ็บแปล๊บจนโกคุเดระนิ่วหน้า
เสียงเมโลดี้ของโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้วายุผมสีเงินไม่คิดแม้แต่จะหยิบมันขึ้นมารับ เขาจึงได้แต่ปล่อยให้เสียงเมโลดี้ดังอยู่อย่างนั้นจนมันเงียบไปเอง นั่นจึงทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงตัดใจวางไปแล้ว หากยังไม่ทันจะถึงนาทีเสียงเมโลดี้เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มือเรียวทั้งสองข้างที่กอดเข่านั้นเลื่อนเปลี่ยนมาเป็นปิดหูเสียแน่น เพื่อที่จะไม่ให้เสียงที่ไม่ต้องการได้ยินนั้นลอดเข้าในโสตประสาท เสียงสะอื้นที่เริ่มหนักขึ้นจนเจ้าตัวรู้สึกว่าแทบจะขาดใจตาย จนในที่สุดน้ำตาที่กักเก็บมานานก็พังทลายออกมา ร่างกายของโกคุเดระสั่นเพราะความเจ็บปวด เสียใจ
“ฮึก...ฮึก...”
เขาไม่มีสิทธิแม้แต่จะหวงยามาโมโตะด้วยซ้ำ
ไม่มีสิทธิที่จะไปบอกคิดถึงเจ้านั่น
ไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิด
“ฮึก...ฮือออออ”
เหมือนมีมีดปลายแหลมมากรีดที่หัวใจของเขาช้า ๆ เมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงคนนั้นดังเข้ามาภายในความทรงจำและเสียงทุ้มอ่อนโยนนั่นตอบกลับไป เสียงหัวเราะร่าของมายู...และสุดท้ายคือเสียงที่บอกว่าคิดถึงเขา เสียงที่เขาอยากจะได้เป็นเจ้าของ ร่างกายที่อยากจะครอบครอง
เจ็บกับคำหวานมากมายที่เคยพร่ำบอก
หากสุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ลมปาก
เจ็บจนเริ่มด้านชา
เจ็บจนไม่รู้สึกอะไร
“พอ...เสียที พอ...ได้โปรด”
ยิ่งอยากจะลบเลือนเสียงทุ้มอ่อนโยนหรือจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่มอบความอ่อนโยนนั่นมาให้มากเท่าไร หากเหมือนสิ่งเหล่านั้นมันกลับฝังแน่นหยั่งรากลึกลงไปในความทรงจำของเขาเสียแล้ว แม้จะอยากให้มันหายไปมากแค่ไหน แต่มันก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น
เขาเกลียดความต้องการแบบนี้
เพราะมันทำให้เขาเกลียดตัวเอง
มันทำให้เขาขยะแขยงตัวเอง
เพราะเขาไม่ใช่นางเอก
ที่จะต้องมีพระเอกมาพร่ำบอกรักด้วยสายตาหวานซึ้ง
ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นแค่
...ตัวอิจฉา
***********************************
เสียงรอสายยังคงดังอย่างต่อเนื่องเมื่อปลายสายยังไม่ยอมกดรับเสียที ร่างสูงผิวสีแทนนั้นกดวางสายและต่อสายอีกครั้ง หากมันก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเมื่อเขายังได้ยินแต่เสียงรอสายเช่นเดิม
ยามาโมโตะถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนจะปิดฝาพับเครื่องสีเทาดังพั่บแบบไม่สนใจใยดีว่ามันจะแตกหักหรือไม่ เขายอมแพ้แล้วจริง ๆ ต่อให้โทรให้ตายยังไงเขาก็รู้ว่าโกคุเดระไม่รับสายเขาอีกแล้วแน่นอน ทั้งที่เขาคิดว่าคืนนี้โชคชะตาจะเข้าข้างแล้วเสียอีกเมื่อลองโทรไปวายุแล้วอีกฝ่ายก็รับสายเขา ยังไม่ทันจะพูดสิ่งที่คิดเอาไว้เขาก็ต้องพบกับเสียงตัดสายแทนเสียอย่างนั้น
ยอมแพ้แล้วจริง ๆ กับกำแพงที่แสนแกร่งนั้น
เขาคงไม่เข้มแข็งพอที่จะปีนข้ามกำแพงที่สูงจนต้องหยีตา
ร่างสูงของพิรุณเดินเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเองที่ตอนนี้มีร่างเล็กของหญิงสาวที่เป็นญาติสนิทนั่งพิงกำแพงบนฟูกนอนอ่านหนังสือนิตยสารที่วันนี้แวะไปซื้อมาจากคอนวิเนี่ยนแถวบ้าน รอยยิ้มกว้างยังคงถูกฉาบประดับไว้ที่ใบหน้าเล็กเรียวเนียนนั้นเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา หากตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่อารมณ์ที่จะอยากจะยิ้มด้วย
“เฮ้อ...”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ต่างกับเขาเท่าไรดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นอาการถอนหายใจของเขา เมื่อเขาเห็นเจ้าตัวละสายตาจากนิตยสารมามองเขา ก่อนจะหันไปสนใจกับสิ่งเดิมต่อไป ยามาโมโตะถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะลงไปนอนเอามือก่ายหน้าผากพร้อมกับขาที่ยาวนั้นพาดทับขาเล็กของมายู หากญาติสาวจะร้องโอดครวญก็หาไม่เมื่อเขาเห็นว่าเจ้าตัวยังสนใจนิตยสารเช่นเดิม
“ทาเคะจัง...ฉันเจ็บนะ”
เขาร้องครางในลำคออย่างสงสัยเมื่อได้ยินประโยคข้างต้น หากก็ยังคงพาดขาไว้เช่นเดิมจนมายูเริ่มยุกยิกนั่นหละเขาจึงเอาขาออกและยันตัวลุกขึ้นมานั่งพิงกำแพงเช่นเดียวกับญาติสนิท มือใหญ่จับศีรษะเล็ก ๆ นั้นโยกไปมาเบา ๆ เช่นที่เคยทำบ่อย ๆ
“ขอโทษ...”
“โกคุเดระคุงเขาไม่รับอีกแล้วเหรอ”
คราวนี้มายูปิดหนังสือและวางไว้ข้างกายก่อนจะหันมามองหน้าของเขาด้วยความสงสัย แววตาเจ็บปวดที่ส่งมาให้นั้นทำให้ยามาโมโตะได้แต่ลูบใบหน้าเนียนนั้นอย่างปลอบใจ...
“มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก”
“ฉัน......”
“ฉันยอมแพ้แล้วหละมายู”
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของมายูเบิกกว้างโดยที่ยามาโมโตะยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ ฉาบเอาไว้ แม้ภายในใจจะแหลกสลายก็ตามที เขามาถึงสุดทางแล้ว สุดทางซึ่งมีกำแพงใหญ่กั้นขวางเอาไว้
และเขาก็ไม่สามารถข้ามผ่านมันไปได้
เขาไม่สามารถข้ามไปรับรู้ความรู้สึกของโกคุเดระได้
แพ้แล้ว
...เขาแพ้แบบหมดสภาพ
เหมือนกับนักมวยที่โดนคู่ต่อสู้ชกจนเลือดกลบปาก ไร้ทางต่อสู้...แม้อยากจะเอาชนะมากเท่าไร แม้อยากจะเข้มแข็งสักเพียงไหน หากผลสุดท้ายก็ถูกคำว่าแพ้แปะหรากลางหน้าผากอยู่ดี
“ทาเคะจังไม่ใช่คนแบบนี้นะ”
“...ฉันทำสุดความสามารถแล้วมายู”
เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาทำสีหน้าอย่างไรออกไป คนตัวเล็กตรงหน้าถึงได้เข้ามาโถมกอดเขาแบบนั้น พิรุณหลับตาลงก่อนจะซุกลงที่ไหล่เล็กนั้นพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กอดเอวของมายูแน่น ๆ ทำเหมือนครั้งที่เป็นเด็กตัวเล็กที่มีปัญหาแก้ไม่ตก ก็จะได้คนตัวเล็กคนนี้คอยปลอบใจเสมอ
“ทาเคะจัง...”
“ฉันก้าวข้ามกำแพงนั้นไม่ได้ มันดูสูงมาก...ต่อให้ฉันพยายามปีนป่ายหรือพยายามทำลายกำแพงนั้นสักเท่าไร สุดท้ายกำแพงนั้นก็ก่อตัวสูงขึ้นเช่นเดิม”
มือเรียวเล็กนั้นลูบผมสีดำนุ่มอย่างเบามือ มืออีกข้างลูบแผ่นหลังกว้างอย่างอ่อนโยน หวังว่าจะช่วยปลอบใจยามาโมโตะได้ไม่มากก็น้อย เพียงไม่นานนักท่อนแขนแข็งแรงนั้นก็รัดเอวของมายูแน่นมากกว่าเดิม แสดงให้เห็นว่าตอนนี้พิรุณกำลังอ่อนแออย่างเต็มที่
อ่อนแอจนควบคุมตัวเองไม่ได้
“เมื่อก่อนทาเคะจังก็เจอปัญหาที่หนัก ๆ ก็ยังผ่านมันมาได้เลยนี่”
“.............................”
ใช่...เมื่อก่อนเขาผ่านมันมาได้
แต่ครั้งนี้เขากลัวเสียเหลือเกินว่าจะผ่านมันไปไม่ได้
เขากลัวที่จะพบเจอกับวันพรุ่งนี้
พร้อมความเจ็บปวดที่รายล้อมไม่หายไปไหน
กลัวที่จะเจอหน้าโกคุเดระ
กลัวที่จะสบสายตาที่ไม่เคยมองมาที่เขา
กลัวความเฉยเมยนั้น
“ครั้งนี้มันแย่มากกว่าครั้งนั้นโขเลย”
“แต่............”
ความเงียบเข้ามารายล้อมทั้งสองคน เมื่อตอนนี้ไร้บทสนทนาใดๆ ลอดออกมาเลยแม้สักประโยค มือเรียวเล็กยังคงลูบปลอบโยนอยู่อย่างนั้น โดยที่ยามาโมโตะเองก็ยังซุกไหล่เล็กแต่อบอุ่นนั้นเช่นเดิม
“ฉันรักทาเคะจังนะ...”
***********************************
เวลาที่โรงเรียนเลิกนั้นก็ไม่ต่างไปกับเวลาที่ฝูงหมดแตกรังเท่าไรนัก เมื่อเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่ต่างก็รีบออกจากโรงเรียนทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่งเลิกเรียนดัง เสียงพูดคุยจอแจดังจนฟังไม่ได้ศัพท์ว่าพูดอะไรกัน หากหญิงสาวที่ยืนพิงกำแพงนั้นก็ใช่ใคร่อยากจะฟังเสียเท่าไรนัก เมื่อตอนนี้เธอกำลังยืนรอคน ๆ หนึ่งอยู่ คนที่ทำให้ญาติของเธอแพ้อย่างหมดรูป ไม่มีแรงแม้แต่จะยืนก้าวเดินต่อไป...
เธอจะทำให้โกคุเดระเข้าใจถูกในสิ่งที่เธอได้ทำพลาดเอาไว้
รอไม่นานนักคนที่เธออยากเจอก็เดินออกมาพอดี ข้างกายของโกคุเดระคือสึนะโยชิ เธอรู้ว่ายามาโมโตะจะไม่เดินกลับพร้อมกันในวันนี้เพราะว่าติดซ้อมเบสบอล สึนะดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นมายูยืนพิงกำแพงโรงเรียนแบบนี้ หากก็ไม่ได้สงสัยอะไรนักเมื่อเขาฉายรอยยิ้มกว้างมาให้ โดยที่คนที่เธออยากเจอนั้นกลับก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาเธอ
“มายูจังมารอยามาโมโตะหรือครับ”
“...เปล่าหรอกค่ะ”
“อ้าว...แล้ว...มาทำไมหละครับ”
“ฉัน...มีเรื่องที่ต้องคุยกับโกคุเดระคุงหนะค่ะ”
ไม่ต้องพูดให้มากความเธอก็ดูรู้ว่าสึนะโยชิคงจะรู้ทันทีว่าเธออยากจะคุยเรื่องอะไร หากคนที่เธอต้องการคุยกลับเงยหน้าขึ้นมามองเธออย่างสงสัยใคร่รู้ ก่อนที่เธอจะเริ่มพูดสิ่งที่คิดเอาไว้ แน่นอนที่สึนะขอตัวกลับไปก่อนแม้ว่าคนที่มีผมสีเงินจะไม่ยอมเท่าไรก็ตาม หากก็ขัดคำสั่งของคนที่เคารพไม่ได้ เมื่อเหลือเพียงแค่เธอกับโกคุเดระ บรรยากาศอึดอัดจึงเริ่มมีมากขึ้น และก็เป็นเธอเองที่ชักชวนให้ไปหาที่นั่งเพื่อคุยกัน ก่อนจะตกลงกันได้ว่าเป็นร้านน้ำแข็งใสที่โกคุเดระเพิ่งไปมาเมื่อวาน
“โกคุเดระคุงคะ....”
“.........ค...ครับ”
โกคุเดระดูอึกอักไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่สนิท
“ฉัน...จะกลับอเมริกาวันนี้นะคะ”
“...............................”
“ฉันคิดว่ามีเรื่องบางเรื่องที่โกคุเดระคุงจะต้องรู้”
ความเงียบเข้ามาครอบงำอีกครั้ง ไม่มีใครแตะน้ำแข็งใสสีสดใสที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้เกล็ดน้ำแข็งนั้นละลายไปอย่างช้า ๆ
มายูสังเกตเห็นว่าคนตรงข้ามไม่มองหน้าของเธอเลย และเธอเองก็รับรู้ว่าคนตรงหน้าของเธอร้องไห้มากมายเพียงใด คนทั่วไปอาจจะไม่สังเกตเห็นว่าโกคุเดระมีรอยแดงช้ำที่ขอบตา เพราะเธอเองก็เคยเป็น เธอเองก็เคยร้องไห้จนสุดหัวใจมาแล้วเช่นกัน เธอลอบมองใบหน้าของโกคุเดระอีกสักพักจึงสูดลมหายใจลึกก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง
...และความผิดที่เธอก่อไว้
“ความจริงแล้ว...ฉันกับทาเคชิ..........เราไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ”
“.......อะไรนะครับ”
เสียงของโกคุเดระแผ่วเบานัก นัยน์ตาสีเขียวซีดนั้นเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน หากมายูก็ไม่ได้สนใจเพราะเธอเริ่มเอ่ยต่อไป
“ฉันกับทาเคชิเราเป็นแค่ญาติกันค่ะ แม่ของฉันเป็นน้องสาวของคุณพ่อทาเคชิค่ะ”
“อะไร...นะ”
“ฉันขอโทษค่ะ”
“............................................”
“เรื่องที่ฉันกับทาเคชิเป็นแฟนกันมันเป็นแผนของฉันเองค่ะ ถ้าโกคุเดระคุงจะโกรธก็โกรธฉันเถอะนะคะ”
“เพราะอะไรครับ...?”
ครานี้เป็นฝ่ายของหญิงสาวที่เงียบลงไป เธอไม่สามารถบอกคำตอบได้ว่าเพราะอะไรเธอจึงต้องหลอกโกคุเดระแบบนี้
“ฉันขอโทษค่ะ”
“มายู!! โกคุเดระ!!”
ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ ยามาโมโตะก็วิ่งถลาเข้ามาทั้งที่ยังคงใส่ชุดเบสบอลอยู่ เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลู่ลงมาตามใบหน้า และเม็ดเหงื่ออีกไม่น้อยที่ยังคงพรำอยู่บนหน้าผากนั้น ดวงตาสีน้ำตาลไหม้เบิกกว้างเมื่อเห็นญาติสนิทของเขาและโกคุเดระมานั่งอยู่ในร้านน้ำแข็งใส เขาตกใจไม่น้อยเมื่อได้รับข้อความของมายูที่บอกว่าอยู่กับโกคุเดระตอนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่
“เธอกำลังทำอะไร...”
ยามาโมโตะถามญาติสนิทเสียงเขียว หากคนตัวเล็กก็กลับก้มหน้าไม่ยอมเงยมามองเขาที่ยืนค้ำหัวอยู่ พิรุณหันไปมองโกคุเดระก็พบกับดวงตาสีเขียวสดนั้นกำลังมองมาที่เขาอยู่ เขาไม่รู้ว่ามายูบอกอะไรไปจึงทำให้ออร่าแปลก ๆ ของโกคุเดระแผ่มาขนาดนี้
“แกต้องไปกับฉัน...”
ร่างบางผมสีเงินพูดไว้แค่นั้นก็ลากเขาไปทางห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว
“โกคุเดระ...”
ยามาโมโตะเอ่ยเรียกชื่อของคนที่เขาคิดถึงอยู่ทุกคืน ก่อนที่เจ้าของชื่อจะหันหน้ามามองอย่างเอาเรื่อง เขาจึงสังเกตเห็นว่าขอบตาของวายุนั้นแดงช้ำจนเขาเองก็ตกใจไม่น้อย และการกระทำเองก็ไวกว่าความคิดเมื่อฝ่ามือใหญ่ทั้งของเขาเลื่อนไปประคองใบหน้าของร่างบางอย่างเบามือ ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบรอยแดงนั้นอย่างเบามือด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ
“แก...ทำไมต้องวางแผนบ้า ๆ อะไรแบบนี้ด้วยวะ”
โกคุเดระไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมองด้วยแววตาถวิลหาแบบไหน เมื่อตอนนี้ไฟมันกำลังคุได้ที่ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าร่างกายของเขาถูกเจ้าบ้าเบสบอลกอดแนบแน่นตอนไหน
“แผนบ้า ๆ...อ่อ เรื่องที่ฉันกับมายูเป็นแฟนกันหนะเหรอ”
“ก็ใช่หนะสิ เพราะแกหนะแหละที่ทำให้ฉัน....”
“ฉันทำให้นายร้องไห้สินะ....”
“จะบ้าเหรอ คนอย่างแกเนี่ยนะจะทำให้ฉันร้องไห้ ฝันไปเหอะ!!!”
ยามาโมโตะหัวเราะร่าเมื่อเขาได้ยินคำผรุสวาทอีกหลายคำดังลอดออกมาจากปากบางสวยของโกคุเดระที่กำลังกัดฟันไม่ให้พูดเสียงดังออกมา ก่อนที่มือทั้งสองข้างของพิรุณจะรัดเอวบางของวายุไว้อย่างแนบแน่น เขาแปลกใจไม่น้อยที่เพิ่งสังเกตว่าเอวของโกคุเดระนั้นเล็กลงอีกแล้ว
“สิ่งที่ฉันพูดในโทรศัพท์เมื่อวาน...”
“....................”
“ที่ว่าฉันคิดถึงนาย มันเป็นเรื่องจริงนะ”
“....ไอ้บ้า แกพูดอะไรของแกวะไอ้เจ้าบ้าเบสบอล”
“เราออกไปดีกว่าเนาะ เดี๋ยวมายูจะคอยนาน”
ยามาโมโตะรีบออกมาจากห้องน้ำก่อนที่สโมกกิ้งบอมบ์ตัวฉกาจจะโยนดอกไม้ไฟกลางห้องน้ำ หากเมื่อออกมาแล้วร่างสูงกลับไม่พบเจอคนที่เขาทิ้งเอาไว้ เหลือเพียงความว่างเปล่าของที่นั่งและถ้วยน้ำแข็งใสที่ละลายไปแล้วหมดถ้วยเท่านั้น ก่อนจะพบกับคำตอบจากโกคุเดระว่าญาติตัวเล็กของเขาจะกลับอเมริกาวันนี้
กลับ...โดยที่เขาไม่รู้แม้แต่นิด
***********************************
เรือบินเหล็กกำลังทะยานสู้ท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง แสงแดดสีส้มอ่อนฉาดฉายไปทั่วแผ่นฟ้า ก้อนเมฆสีขาวที่เกาะเป็นกลุ่มก้อนก็กำลังลอยเอื่อยอย่างไร้จุดหมาย ต่ำลงไปคือเมืองนามิโมริที่หดเล็กลงเนื่องจากความสูงของเครื่องบิน หญิงสาวที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างได้แต่มองภาพเหล่านั้นอย่างเลื่อนลอย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ตอนนี้เริ่มอ่อนมีหยาดน้ำเอ่อคลอก่อนที่มันจะไหลลงมาอาบแก้ม ซึ่งเธอก็ไม่คิดจะปาดมันออก
ตอนนี้เขาคนที่เธอแอบรักมานานคงจะได้มีความสุขกับคนที่เขารักเสียที เธอเองก็หมดหน้าที่ของเธอแล้ว...หน้าที่ที่เธอไม่อยากจะทำ ด้วยความที่เธออดรนทนฟังคำหวานที่เขาพร่ำพรรณนาถึงคน ๆ นั้นหรือจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่ฉายแววอ่อนโยนและอบอุ่นเมื่อพูดถึงคน ๆ นั้นไม่ได้ เธอจึงเสนอแผนบ้าบอที่ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบยอมทนเป็นกามเทพผู้แสนดีให้คนทั้งสองได้ครองรักกัน
คนนั้นของทาเคชิ
...โกคุเดระคุง
หมดหน้าที่ของกามเทพผู้แสนดีคอยช่วยเหลือให้คู่รักได้รักกันแล้ว
หมดหน้าที่ของศิลาณีที่คอยรับฟังและเป็นที่ปรึกษาปัญหาด้านความรักแล้ว
เหลือแค่เพียง
...ผู้หญิงที่มีบาดแผลเต็มหัวใจ
เธอหวนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอเห็นความเศร้าในนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ ทั้งที่เธอลองบอกออกไปว่าเธอเจ็บปวดที่เห็นเขาเป็นแบบนี้ หากญาติแสนดีของเธอกลับคิดเป็นอย่างอื่น ทั้งที่เธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ายามาโมโตะเลย
หัวใจที่เต้นแผ่วเบานั้นเริ่มเจ็บแปล๊บอีกครั้งเมื่อนึกถึงถ้อยคำที่เธอตัดสินใจจะบอกออกไป
“ฉันรักทาเคะจังนะ...”
‘ฉันก็รักมายูเหมือนกัน เธอเป็นญาติที่ฉันรักที่สุดเลยนะรู้มั้ย’
เธอไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบนี้
หากก็บอกออกไปไม่ได้
รอยยิ้มที่เคยเห็นมาแต่เด็กกับความอ่อนโยนที่เคยได้รับ ความรักที่เธอเคยได้รับอย่างเต็มอก เธอรู้มานานแล้วว่ามันไม่ใช่ของเธอ ต่อให้เธอพยายามอีกมากแค่ไหนก็ไม่เคยได้มาครอบครอง แม้จะเอื้อมมือไขว่คว้าจนสุดแขนหากมันก็ยิ่งห่างไกล ทำได้เพียงแค่แอบหวังแอบคิดว่าสักวัน....
สักวันที่เขาไม่มีใครข้างกาย
สักวันที่เขาไม่มีใครในหัวใจ
สักวันนั้น...จะเป็นของเธอ
...หากเธอคงไม่มีสักวันทิ่เฝ้าคนึงหา
ตอนนี้เขาคงกำลังมอบรอยยิ้มและหัวใจทั้งดวงให้คน ๆ นั้น รอยยิ้มและหัวใจที่เธออยากได้มานานแสนนาน แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยได้รับมันมาเกินกว่าคำว่าพี่สาวและ...
...น้องชาย
จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าเธออยากจะยึดครองความรักนั้นเป็นของเธอคนเดียว
จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าเธออยากจะยึดครองรอยยิ้มนั้นให้ยิ้มให้เธอผู้เดียว
จะมีใครรู้บางมั้ยว่าเธออยากจะยึดครองทุกอย่างที่เป็นเขาให้เป็นแค่ของเธอคนเดียว
จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่า...
เธอ...กำลังอิจฉา
Ending
YuuYuu Talk :: จบแล้วจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!! ดีใจมากหละเออว์ ในที่สุดเราก็ปั่นเรื่องนี้จบซักที หลังจากดองข้ามเทอม จนรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นตัวอิจฉาแล้วพอมาเข็นอิจฉาก็เลยรู้สึกว่ามันค่อนข้างลำบา่กเล็กน้อย แต่ก็ผ่านมาได้แล้วหละค่ะ
ตอนนี้กำลังแต่งสเปอยู่ แต่เป็นสเปความคิดของมายูค่ะ ^^
กด1 สนใจอ่าน ลงเลยจ้า
กด2 เฉย ๆ อะ จะลงก็เรื่องของจขบ.เสะ
กด3 อย่าได้เอามาลงนะยะ!!
กด4 คิดถึงจขบ.มาก ๆ (อันนี้ไม่เกี่ยว ฮ่าาาาา)
ตอบเมนท์ค่ะ
#1 Sere●ω●nata --> ชอบมายูจังต่อไปนะค๊าาา มายูน่ารักไม่ผิดหรอกกกก ตอนจบเป็นยังไงก็บอกกันน๊า
#2 P@t_ti13 --> มายูไม่ได้กำไรอะไรเลยย่ะ! ออกจะโศกด้วยซ้ำ จริง ๆ แล้วพี่ว่ามายูนี่หละตัวอิจฉา ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เรื่องนี้พี่ก็ชอบซือคุงนะ ซือคุงดูเป็น....วองโกเล่ดี ฮ่า ๆ ๆ ๆ
#3 ♪かんだ モエ-ぢゃん♪ --> โมเอะจังชอบดราม่าิสินะคะ ^^ เรื่องผีบล๊อก...พยายามทำใจอยู่จ้ัะ
#4 finfish --> ฮ่า ๆ ๆ ๆ อาจจะเป็นแบบนั้น เรื่องนี้ยู้เห็นใจซือคุงน๊าาา (เอ๊ะ เราจะมีอิจฉาพาร์ทซือคุงดีมั้ย?)
#5 พี่กิต --> ก๊กก็ผิดน๊า เพราะก๊กไม่บอกอะไรให้ยามะรู้ ถ้าก๊กไม่บอกยามะก็ไ่ม่รู้หรอกนะคะ ถ้าตามมาดักตีืที่มหาลัยต้องมาไว ๆ นะ จะจบแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ
#6 Janeiiz__,, --> ยะ..ยามะไม่ได้โง่น๊าาาาาาาาาาา
#7 น้องโต้ --> ไม่เป็นไรจ้า เรื่องเมนท์ช้า่เมนท์เร็วพี่ไม่กลัวหรอก ฮ่า ๆ ๆ ก็เพราะมัีนเป็นจั๋งซี้หนะสิถึงได้เจ็บกันหมดแบบนี้ ฮี่ฮี่ แต่ไม่งั้นเรื่องนี้จะหนุกเหรอเธอว์ ชอบซือคุงไม่ได้ึซึนเดเระ แต่แอบกระซิบว่าซือคุงตอนไฮเปอร์์โหมดนะ กร๊ากกกกกกกกก เดี๋ยวจะส่งสปอยไปอีก เอาให้เรียนไม่รู้เรื่อง (นิสัยมาก)
#8 haha --> ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ อัพแล้วหละค่ะ!!!!
edit @ 25 Oct 2010 18:44:09 by YuuYuu