[SF] ...JEALOUS... [8059] #3 Ending

posted on 25 Oct 2010 18:02 by rupingfic  in SF
Short Fiction  ::  JEALOUS
Part  ::  Ending
Pairing  ::  Yamamoto x Gokudera [8059]
BGM  ::  อยากลืมว่าเป็นเพื่อนเธอ - เฟย์ฟางแก้ว
Rating  ::  PG-13
Genre  ::  Drama
Author  ::  YuuYuu
Date  ::  25.10.2010

 

 


JEALOUS #1  ||  JEALOUS #2

 

 


แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องไปยังร่างทั้งสองร่างที่เดินเคียงคู่กันไปโดยไร้บทสนทนาใด ๆ  นภาตัวเล็กได้แต่แอบมองผู้พิทักษ์ที่เดินเคียงข้างด้วยสายตาที่ฉายแววเป็นห่วงเพราะทันทีที่ออกมาจากห้องเรียนรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าก็เลือนหายไปในทันใด 

 

 

ทั้งคู่เดินมาจนถึงร้านน้ำแข็งใสเจ้าประจำก่อนจะสั่งและรออย่างเงียบ ๆ  ไม่นานนักน้ำแข็งใสที่ส่งไอเย็นก็ถูกนำมาวางตรงหน้าทั้งสอง  ทั้ง ๆ ที่สึนะโยชิเองก็ตักน้ำแข็งใสเข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว  หากคนที่ชักชวนให้มาทานกลับได้แต่นั่งเหม่อมองน้ำแข็งใสที่กำลังละลายอย่างช้า ๆ  ดวงตาสีเขียวสดนั้นซีดลงกว่าเดิมมากนัก  รอยแดงช้ำตรงขอบตาก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวันจนสึนะเองก็เริ่มเป็นห่วงมากขึ้น

 

 

เจ้าของดวงตาเขียวสดที่เริ่มซีดจางตามความรู้สึกนั้นได้แต่นั่งเขี่ยน้ำแข็งใสไปมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะตักเข้าปาก  เกล็ดน้ำแข็งใสละลายไปอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับหัวใจของวายุที่เริ่มอ่อนแรงลงทุกวัน  หากความเจ็บปวดกลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ  และก่อนที่โกคุเดระจะดำดิ่งไปสู่ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นก็ถูกเสียงเรียกชื่อจากคนที่เทิดทูนที่สุดเรียกคืนจากภวังค์

 

 

 

“โกคุเดระคุง...”

 

 

“คะ..ครับ  รุ่นที่สิบ...มี...มีอะไรหรือครับ?”

 

 

 

สึนะโยชิอ้าปากค้างครู่หนึ่งเหมือนอยากจะพูดอะไรออก  หากก็ถอนหายใจแผ่วเบาและเปลี่ยนเป็นฉาบรอยยิ้มบาง ๆ ไว้แทน

 

 

 

“น้ำแข็งใสจะละลายหมดแล้วนะ”

 

 

“อ๊า  ผมลืมไปเลย...ขอบคุณที่เตือนนะครับท่านรุ่นที่สิบ”

 

 

 

ผู้พิทักษ์วายุรีบกระวีกระวาดตักเกล็ดน้ำแข็งใสเข้าปากเมื่อเห็นว่าความเหม่อของตัวเองทำให้มันละลายเกือบครึ่งถ้วยแล้ว  โกคุเดระหัวเราะแหะ ๆ เป็นการกลบความคิดที่ดูเหมือนจะล่องลอยไปไกลแสนไกล  เจ้าตัวรีบตักน้ำแข็งใสเข้าปากอีกคำก่อนจะหลับตาปี๋เพราะความเย็นมันจี๊ดขึ้นสมอง  สึนะโยชิได้แต่ฉาบรอยยิ้มบาง ๆ เช่นเดิมเอาไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

“โกคุเดระคุงมีอะไรอยากจะปรึกษาฉันมั้ย”

 

 

 

 

 

 

 

ความกระวีกระวาดเมื่อครู่ของโกคุเดระหายไปในทันใด  เหลือเพียงแค่อาการชะงักเท่านั้น  วายุเบิกตากว้างแววตาตื่นตระหนกเมื่อได้ฟังคำถามนั้นจากวองโกเล่ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการผลุบตามองถ้วยน้ำแข็งใส  ดวงตาสีเขียวนั้นซีดลงอีกจากเดิมที่มันซีดอยู่แล้ว  ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่นจนเป็นเส้นเดียว  มือที่ถือช้อนและจับถ้วยน้ำแข็งใสสั่นเล็ก ๆ

 

 

 

วายุอึกอักไปสักพักจึงกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาดวงตาสีน้ำตาลที่เข้มแข็งหากก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกัน  ดวงตาสีเขียวมรกตกลับมาเข้มขึ้นได้อีกนิดก่อนที่ปากบางสวยจะอ้าปากเพื่อจะพูดสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด  หากมันก็ไม่มีเสียงลอดออกมาสักนิด

 

 

ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อสายตาดันเผลอไปจับจ้องภาพที่อยู่ข้างนอก  ภาพที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากมายมหาศาล  ลมหายใจหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่เต้นตุบ ๆ อยู่ที่อกด้านซ้ายคล้ายจะเต้นช้าลง  ช้าลงจนท้ายที่สุดมันคงจะหยุดเต้น  โลกของเขามืดสนิทเหมือนดั่งจมลงไปกลางทะเลลึก 

 

 

 

 

 

ไม่มีแสงสว่าง  ไม่มีอากาศหายใจ

 

 

และตายไปอย่างช้า ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงที่เดินเคียงคู่กับหญิงสาวที่สูงถึงแค่ไหล่ของอีกฝ่ายกำลังทานไอติมโคนอย่างเอร็ดอร่อย  ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นถูกท่อนแขนเล็กผิวขาวจนดูน่าทะนุถนอมควงเอาไว้  รอยยิ้มกว้างจนตาปิดถูกฉาบไว้ที่ใบหน้าของทั้งคู่ก่อนที่มายูจะถูกยามาโมโตะเรียกให้หยุดซึ่งดูเจ้าหล่อนก็ดูงุนงงมิใช่น้อย  ฝ่ามือแกร่งของพิรุณประคองไปที่ใบหน้าเล็กของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน  หลังจากนั้นจึงใช้หัวแม่มือปาดรอยไอศกรีมที่เลอะตรงริมฝีปากของฝ่ายหญิง  เช็ดมันออกเบา ๆ และเลียไอติมส่วนที่เลอะนั้นเอง  ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือโยกศีรษะเล็ก ๆ ของมายูนั้นช้า ๆ แล้วจึงเริ่มเดินต่อไป

 

 

 

 

 

 

...เจ็บ

 

 

...ปวด

 

 

 

 

 

 

หัวใจที่เจ็บจนพูดอะไรไม่ออกนั้นกลับเหมือนมีเข็มนับพันเล่มโถมเข้ามาแทงจนมันเจ็บซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

เจ็บ

...จนเจียนตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนตัวเล็กตรงหน้าดูสงสัยไม่น้อยที่เขาไม่พูดอะไรออกมา  แต่กลับกลายเป็นอาการค้างชั่วขณะจึงลองหันมองไปตามสายตาของเขา  หลังจากนั้นจึงรีบหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง  และนั่นเป็นผลที่ทำให้วายุหลับตาแน่นเหมือนสะกดความรู้สึกเอาไว้

 

 

 

 

 

 

สะกดความรู้สึกที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

ความรู้สึกที่อยากได้มาครอบครอง

 

 

ความรู้สึกที่อยากได้มาเป็นเจ้าของ

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกที่อยากจะแย่งยามาโมโตะมาเป็นของเขาเพียงผู้เดียว

 

    

 

 

 

 

...ความรู้สึกอิจฉา 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โกคุเดระคุง...”

 

 

“..........ไม่มีอะไรครับท่านรุ่นที่สิบ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ไปส่งวองโกเล่ถึงที่บ้านและเห็นว่าเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วนั้น  ผู้พิทักษ์วายุก็ได้เดินไปตามเส้นทางเพื่อกลับที่พักของตัวเองคนเดียว  ดวงจันทราครึ่งเสี้ยวสาดแสงสีเหลืองนวลพร้อมรอบข้างที่ถูกล้อมไว้ด้วยหมู่ดวงดาวเล็ก ๆ  แม้ไม่มากเท่าคืนเดือนแรมหากก็ไม่น้อยไปกว่าคืนเดือนเพ็ญ

 

 

โกคุเดระเงยหน้ามองท้องนภาที่โรยตัวสีดำพลางถอนหายใจเบา ๆ  นัยน์ตาสีเขียวมรกตซีดนั้นสะท้อนภาพของดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวก่อนที่ความทรงจำจะหวนแล่นไปยังคืนวันที่มีร่างสูงของยามาโมโตะเดินเคียงข้าง  เสียงหัวเราะกับรอยยิ้มที่ยิ้มจนตาปิดตามแบบฉบับของเจ้าบ้าเบสบอลยังคงดังก้องกังวานภายในโสตประสาท  ทว่าตอนนี้เค้าเหลือแค่เพียง

 

 

ไอร้อนจากมวลอากาศที่อยู่เคียงข้าง

 

...และเสียงสายลมร้อนพัดผ่านที่ดังเข้ามาให้ได้ยินเพียงเท่านั้น

 

 

 

 

 

เพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

ไม่มียามาโมโตะสำหรับเขาอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

ไม่มีหยาดฝนที่เคียงคู่พายุอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

จากนี้ต่อไปจะมีแค่เพียง

...สายลมที่พัดผ่านไปอย่างเดียวดาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงนาฬิกาบ่งบอกเวลาสี่ทุ่มตรงพอดีกับที่โกคุเดระทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย  ร่างบางเช็ดผมที่มีหยดน้ำเกาะตรงปลายเส้นผมก่อนจะดันประตูระเบียงเพื่อที่จะไปนั่งตากลมร้อนหากเย็นสบากเฉกเช่นทุกครั้ง  มือเรียวไม่ลืมที่จะคว้าโทรศัพท์มือถือติดมือมาด้วยเพราะความเคยชิน  แม้จะไม่มีหยาดฝนคอยโทรหาแล้วก็ตาม  หากวันนี้กลับผิดคาดกับที่คิดไว้เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานเครื่องสื่อสารที่ไว้ข้างกายก็กลับดังขึ้นมาเสียอย่างนั้น  และยิ่งผิดคาดมากขึ้นไปอีกเมื่อหน้าจอปรากฏชื่อของยามาโมโตะ  คิ้วเรียวสวยขมวดกันจนจะเป็นปม  โกคุเดระชั่งใจอยู่สักพักจึงกดรับ

 

 

 

‘โกคุเดระ...ดีจริงที่นายรับสายฉัน’

 

 

 

เสียงร่าเริงของยามาโมโตะดังมาตามสาย  หากคนรับสายกำลังเม้มปากจนเป็นเส้นเดียวเพื่ออดกลั้นเสียงสะอื้นที่อย่างไรก็ให้คนปลายสายรับรู้ไม่ได้  น้ำอุ่น ๆ ที่รื้อขึ้นมาคลออยู่ที่ดวงตานั้นกำลังจะไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง  เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาคิดถึงเสียงนี้มากเพียงใด  แม้พยายามจะเลิกคิดถึงเลิกเฝ้าหา  หากทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามจะทำเพื่อให้เลิกนั้นกลับพังทลายลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  แม้จะคอยย้ำคอยพร่ำบอกกับตัวเองว่าเขากับยามาโมโตะมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว  หากภายในใจก็กลับแย้งอย่างไร้เหตุผล

 

 

 

“แก...มีอะไร”

 

 

 

พยายามอย่างมากที่จะบังคับเสียงไม่ให้สั่น  หากเขาก็ทำได้ไม่ค่อยดีนักเมื่อเสียงยังคงสั่นเครือเล็ก ๆ  เขาจึงเลือกที่จะถามประโยคสั้น ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงสั่นของเขา

 

ไม่ให้ยามาโมโตะรู้ว่า

...เขาอ่อนแอเพียงใดเมื่อขาดสายฝน

 

 

 

‘ฉัน......นั่นสินะ  ฉันมีอะไรถึงโทรหานายแบบนี้’

 

 

“มีอะไรก็ว่ามา...”

 

 

 

 

 

 

 

‘ฉันแค่...คิดถึงนาย’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อึก...”

 

 

 

โกคุเดระอึ้งไปกับประโยคบอกคิดถึงของยามาโมโตะ  ตอนนี้ภายในสมองของเขามันสับสนไปหมดเมื่อเขาไม่รู้ว่ายามาโมโตะจะมาบอกคิดถึงเขาทำไม  ในเมื่ออีกฝ่ายก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วเช่นนี้  วายุยอมรับกับตัวเองว่าเขารู้สึกดีใจที่ได้ยินคำพูดหวานเหมือนที่เคยได้ยินเป็นประจำก่อนที่จะมีหญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมายืนเคียงข้างกายของพิรุณ 

 

 

 

“ฉัน....”

 

 

‘ทาเคะจาง~  อ้าวคุยโทรศัพท์อยู่เหรอ...กับโกคุเดระคุงงั้นเหรอ?’

 

 

 

 

 

 

เสียงของมายูดังลอดออกมาจากปลายสายพร้อมกับเสียงทุ้มอ่อนโยนของพิรุณตอบกลับไป  ต่อมาจึงเป็นเสียงหัวเราะใสของมายูอีกครั้ง  ทำให้คำพูดที่โกคุเดระคิดไว้นั้นถูกกลืนหายลงไปในคอ  น้ำตาที่รื้นคลออยู่ที่ดวงตาเหือดหายไปทันใดพร้อมกับดวงตาสีเขียวซีดนั้นถูกปิดลงเพื่อเก็บกดความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงหวานของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวจริงของยามาโมโตะ  ประโยคหวานที่เคยพร่ำบอกนั้นมันก็เหมือนกับความฝันที่เขาจะต้องตื่นขึ้นมาพบเจอกับความเป็นจริงอันแสนโหดร้าย

 

 

 

แท้จริงแล้วพิรุณไม่ใช่ของสายลม

 

 

 

มือเรียวตัดสินใจกดปุ่มวางสายก่อนจะวางมันไว้ที่ข้างกายเช่นเดิม  ศีรษะที่มีเส้นผมสีเงินสลวยปกคลุมนั้นเงยหน้าพิงกับบานประตูกระจก  ดวงตาเรียวยังคงหลับตาสนิท  เสียงสะอื้นฮักเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อร่างบางเก็บกั้นความรู้สึกที่มีอยู่นั้นไม่ไหว  ความเจ็บปวดมันเอ่อล้นเกินกว่าที่เขาจะนึกถึง  หัวใจที่ยังคงเต้นตุบ ๆ นั้นเจ็บแปล๊บจนโกคุเดระนิ่วหน้า 

 

 

 

เสียงเมโลดี้ของโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง  หากคราวนี้วายุผมสีเงินไม่คิดแม้แต่จะหยิบมันขึ้นมารับ  เขาจึงได้แต่ปล่อยให้เสียงเมโลดี้ดังอยู่อย่างนั้นจนมันเงียบไปเอง  นั่นจึงทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงตัดใจวางไปแล้ว  หากยังไม่ทันจะถึงนาทีเสียงเมโลดี้เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้มือเรียวทั้งสองข้างที่กอดเข่านั้นเลื่อนเปลี่ยนมาเป็นปิดหูเสียแน่น  เพื่อที่จะไม่ให้เสียงที่ไม่ต้องการได้ยินนั้นลอดเข้าในโสตประสาท  เสียงสะอื้นที่เริ่มหนักขึ้นจนเจ้าตัวรู้สึกว่าแทบจะขาดใจตาย  จนในที่สุดน้ำตาที่กักเก็บมานานก็พังทลายออกมา  ร่างกายของโกคุเดระสั่นเพราะความเจ็บปวด เสียใจ

 

 

 

“ฮึก...ฮึก...”

 

 

 

เขาไม่มีสิทธิแม้แต่จะหวงยามาโมโตะด้วยซ้ำ

ไม่มีสิทธิที่จะไปบอกคิดถึงเจ้านั่น

ไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิด

 

 

 

 

“ฮึก...ฮือออออ”

 

 

 

 

เหมือนมีมีดปลายแหลมมากรีดที่หัวใจของเขาช้า ๆ  เมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงคนนั้นดังเข้ามาภายในความทรงจำและเสียงทุ้มอ่อนโยนนั่นตอบกลับไป  เสียงหัวเราะร่าของมายู...และสุดท้ายคือเสียงที่บอกว่าคิดถึงเขา  เสียงที่เขาอยากจะได้เป็นเจ้าของ  ร่างกายที่อยากจะครอบครอง

 

 

 

 

เจ็บกับคำหวานมากมายที่เคยพร่ำบอก

 

หากสุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ลมปาก

 

 

 

เจ็บจนเริ่มด้านชา

 

เจ็บจนไม่รู้สึกอะไร

 

 

 

 

 

 

 

“พอ...เสียที  พอ...ได้โปรด”

 

 

 

 

 

 

ยิ่งอยากจะลบเลือนเสียงทุ้มอ่อนโยนหรือจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่มอบความอ่อนโยนนั่นมาให้มากเท่าไร  หากเหมือนสิ่งเหล่านั้นมันกลับฝังแน่นหยั่งรากลึกลงไปในความทรงจำของเขาเสียแล้ว  แม้จะอยากให้มันหายไปมากแค่ไหน  แต่มันก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

เขาเกลียดความต้องการแบบนี้

 

เพราะมันทำให้เขาเกลียดตัวเอง

 

มันทำให้เขาขยะแขยงตัวเอง

 

 

 

 

 

 

เพราะเขาไม่ใช่นางเอก

 

ที่จะต้องมีพระเอกมาพร่ำบอกรักด้วยสายตาหวานซึ้ง

 

 

 

 

 

 

 

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นแค่ 

...ตัวอิจฉา 

 

 

 

 

 

 

 

 

***********************************

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงรอสายยังคงดังอย่างต่อเนื่องเมื่อปลายสายยังไม่ยอมกดรับเสียที  ร่างสูงผิวสีแทนนั้นกดวางสายและต่อสายอีกครั้ง  หากมันก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเมื่อเขายังได้ยินแต่เสียงรอสายเช่นเดิม 

 

 

ยามาโมโตะถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนจะปิดฝาพับเครื่องสีเทาดังพั่บแบบไม่สนใจใยดีว่ามันจะแตกหักหรือไม่  เขายอมแพ้แล้วจริง ๆ  ต่อให้โทรให้ตายยังไงเขาก็รู้ว่าโกคุเดระไม่รับสายเขาอีกแล้วแน่นอน  ทั้งที่เขาคิดว่าคืนนี้โชคชะตาจะเข้าข้างแล้วเสียอีกเมื่อลองโทรไปวายุแล้วอีกฝ่ายก็รับสายเขา  ยังไม่ทันจะพูดสิ่งที่คิดเอาไว้เขาก็ต้องพบกับเสียงตัดสายแทนเสียอย่างนั้น

 

 

 

 

ยอมแพ้แล้วจริง ๆ กับกำแพงที่แสนแกร่งนั้น

 

เขาคงไม่เข้มแข็งพอที่จะปีนข้ามกำแพงที่สูงจนต้องหยีตา

 

 

 

 

 

ร่างสูงของพิรุณเดินเข้ามาภายในห้องนอนของตัวเองที่ตอนนี้มีร่างเล็กของหญิงสาวที่เป็นญาติสนิทนั่งพิงกำแพงบนฟูกนอนอ่านหนังสือนิตยสารที่วันนี้แวะไปซื้อมาจากคอนวิเนี่ยนแถวบ้าน  รอยยิ้มกว้างยังคงถูกฉาบประดับไว้ที่ใบหน้าเล็กเรียวเนียนนั้นเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา  หากตอนนี้เขาไม่มีแม้แต่อารมณ์ที่จะอยากจะยิ้มด้วย 

 

 

“เฮ้อ...”

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ไม่ต่างกับเขาเท่าไรดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นอาการถอนหายใจของเขา  เมื่อเขาเห็นเจ้าตัวละสายตาจากนิตยสารมามองเขา  ก่อนจะหันไปสนใจกับสิ่งเดิมต่อไป  ยามาโมโตะถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะลงไปนอนเอามือก่ายหน้าผากพร้อมกับขาที่ยาวนั้นพาดทับขาเล็กของมายู  หากญาติสาวจะร้องโอดครวญก็หาไม่เมื่อเขาเห็นว่าเจ้าตัวยังสนใจนิตยสารเช่นเดิม

 

 

“ทาเคะจัง...ฉันเจ็บนะ”

 

 

เขาร้องครางในลำคออย่างสงสัยเมื่อได้ยินประโยคข้างต้น  หากก็ยังคงพาดขาไว้เช่นเดิมจนมายูเริ่มยุกยิกนั่นหละเขาจึงเอาขาออกและยันตัวลุกขึ้นมานั่งพิงกำแพงเช่นเดียวกับญาติสนิท  มือใหญ่จับศีรษะเล็ก ๆ นั้นโยกไปมาเบา ๆ เช่นที่เคยทำบ่อย ๆ

 

 

 

“ขอโทษ...”

 

“โกคุเดระคุงเขาไม่รับอีกแล้วเหรอ”

 

 

 

คราวนี้มายูปิดหนังสือและวางไว้ข้างกายก่อนจะหันมามองหน้าของเขาด้วยความสงสัย  แววตาเจ็บปวดที่ส่งมาให้นั้นทำให้ยามาโมโตะได้แต่ลูบใบหน้าเนียนนั้นอย่างปลอบใจ... 

 

 

“มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก”

 

 

 

“ฉัน......”

 

 

“ฉันยอมแพ้แล้วหละมายู”

 

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของมายูเบิกกว้างโดยที่ยามาโมโตะยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ ฉาบเอาไว้  แม้ภายในใจจะแหลกสลายก็ตามที  เขามาถึงสุดทางแล้ว  สุดทางซึ่งมีกำแพงใหญ่กั้นขวางเอาไว้

 

 

 

 

และเขาก็ไม่สามารถข้ามผ่านมันไปได้

 

เขาไม่สามารถข้ามไปรับรู้ความรู้สึกของโกคุเดระได้

 

 

 

 

แพ้แล้ว

 

...เขาแพ้แบบหมดสภาพ

 

 

 

 

เหมือนกับนักมวยที่โดนคู่ต่อสู้ชกจนเลือดกลบปาก  ไร้ทางต่อสู้...แม้อยากจะเอาชนะมากเท่าไร  แม้อยากจะเข้มแข็งสักเพียงไหน  หากผลสุดท้ายก็ถูกคำว่าแพ้แปะหรากลางหน้าผากอยู่ดี

 

 

 

 

 

“ทาเคะจังไม่ใช่คนแบบนี้นะ”

 

 

“...ฉันทำสุดความสามารถแล้วมายู”

 

 

 

 

 

เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาทำสีหน้าอย่างไรออกไป  คนตัวเล็กตรงหน้าถึงได้เข้ามาโถมกอดเขาแบบนั้น  พิรุณหลับตาลงก่อนจะซุกลงที่ไหล่เล็กนั้นพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่กอดเอวของมายูแน่น ๆ  ทำเหมือนครั้งที่เป็นเด็กตัวเล็กที่มีปัญหาแก้ไม่ตก  ก็จะได้คนตัวเล็กคนนี้คอยปลอบใจเสมอ

 

 

“ทาเคะจัง...”

 

 

“ฉันก้าวข้ามกำแพงนั้นไม่ได้  มันดูสูงมาก...ต่อให้ฉันพยายามปีนป่ายหรือพยายามทำลายกำแพงนั้นสักเท่าไร  สุดท้ายกำแพงนั้นก็ก่อตัวสูงขึ้นเช่นเดิม”

 

 

 

มือเรียวเล็กนั้นลูบผมสีดำนุ่มอย่างเบามือ  มืออีกข้างลูบแผ่นหลังกว้างอย่างอ่อนโยน  หวังว่าจะช่วยปลอบใจยามาโมโตะได้ไม่มากก็น้อย  เพียงไม่นานนักท่อนแขนแข็งแรงนั้นก็รัดเอวของมายูแน่นมากกว่าเดิม  แสดงให้เห็นว่าตอนนี้พิรุณกำลังอ่อนแออย่างเต็มที่ 

 

 

 

อ่อนแอจนควบคุมตัวเองไม่ได้

 

 

 

 

“เมื่อก่อนทาเคะจังก็เจอปัญหาที่หนัก ๆ ก็ยังผ่านมันมาได้เลยนี่”

 

 

“.............................”

 

 

 

 

ใช่...เมื่อก่อนเขาผ่านมันมาได้

 

แต่ครั้งนี้เขากลัวเสียเหลือเกินว่าจะผ่านมันไปไม่ได้

 

 

 

เขากลัวที่จะพบเจอกับวันพรุ่งนี้

 

พร้อมความเจ็บปวดที่รายล้อมไม่หายไปไหน

 

 

 

 

กลัวที่จะเจอหน้าโกคุเดระ

 

กลัวที่จะสบสายตาที่ไม่เคยมองมาที่เขา

 

กลัวความเฉยเมยนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

“ครั้งนี้มันแย่มากกว่าครั้งนั้นโขเลย”

 

 

“แต่............”

 

 

 

 

 

 

ความเงียบเข้ามารายล้อมทั้งสองคน  เมื่อตอนนี้ไร้บทสนทนาใดๆ ลอดออกมาเลยแม้สักประโยค  มือเรียวเล็กยังคงลูบปลอบโยนอยู่อย่างนั้น  โดยที่ยามาโมโตะเองก็ยังซุกไหล่เล็กแต่อบอุ่นนั้นเช่นเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันรักทาเคะจังนะ...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

***********************************

 

 

 

 

 

 

เวลาที่โรงเรียนเลิกนั้นก็ไม่ต่างไปกับเวลาที่ฝูงหมดแตกรังเท่าไรนัก  เมื่อเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่ต่างก็รีบออกจากโรงเรียนทันทีที่ได้ยินเสียงกริ่งเลิกเรียนดัง  เสียงพูดคุยจอแจดังจนฟังไม่ได้ศัพท์ว่าพูดอะไรกัน  หากหญิงสาวที่ยืนพิงกำแพงนั้นก็ใช่ใคร่อยากจะฟังเสียเท่าไรนัก  เมื่อตอนนี้เธอกำลังยืนรอคน ๆ หนึ่งอยู่  คนที่ทำให้ญาติของเธอแพ้อย่างหมดรูป  ไม่มีแรงแม้แต่จะยืนก้าวเดินต่อไป...

 

 

 

เธอจะทำให้โกคุเดระเข้าใจถูกในสิ่งที่เธอได้ทำพลาดเอาไว้

 

 

 

 

รอไม่นานนักคนที่เธออยากเจอก็เดินออกมาพอดี  ข้างกายของโกคุเดระคือสึนะโยชิ  เธอรู้ว่ายามาโมโตะจะไม่เดินกลับพร้อมกันในวันนี้เพราะว่าติดซ้อมเบสบอล  สึนะดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นมายูยืนพิงกำแพงโรงเรียนแบบนี้  หากก็ไม่ได้สงสัยอะไรนักเมื่อเขาฉายรอยยิ้มกว้างมาให้  โดยที่คนที่เธออยากเจอนั้นกลับก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาเธอ

 

 

 

 

“มายูจังมารอยามาโมโตะหรือครับ”

 

 

“...เปล่าหรอกค่ะ”

 

 

“อ้าว...แล้ว...มาทำไมหละครับ”

 

 

“ฉัน...มีเรื่องที่ต้องคุยกับโกคุเดระคุงหนะค่ะ”

 

 

 

 

 

ไม่ต้องพูดให้มากความเธอก็ดูรู้ว่าสึนะโยชิคงจะรู้ทันทีว่าเธออยากจะคุยเรื่องอะไร  หากคนที่เธอต้องการคุยกลับเงยหน้าขึ้นมามองเธออย่างสงสัยใคร่รู้  ก่อนที่เธอจะเริ่มพูดสิ่งที่คิดเอาไว้  แน่นอนที่สึนะขอตัวกลับไปก่อนแม้ว่าคนที่มีผมสีเงินจะไม่ยอมเท่าไรก็ตาม  หากก็ขัดคำสั่งของคนที่เคารพไม่ได้  เมื่อเหลือเพียงแค่เธอกับโกคุเดระ  บรรยากาศอึดอัดจึงเริ่มมีมากขึ้น  และก็เป็นเธอเองที่ชักชวนให้ไปหาที่นั่งเพื่อคุยกัน  ก่อนจะตกลงกันได้ว่าเป็นร้านน้ำแข็งใสที่โกคุเดระเพิ่งไปมาเมื่อวาน

 

 

 

“โกคุเดระคุงคะ....”

 

 

“.........ค...ครับ”

 

 

 

 

โกคุเดระดูอึกอักไม่น้อยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ไม่สนิท

 

 

 

“ฉัน...จะกลับอเมริกาวันนี้นะคะ”

 

 

“...............................”

 

 

“ฉันคิดว่ามีเรื่องบางเรื่องที่โกคุเดระคุงจะต้องรู้”

 

 

 

 

 

ความเงียบเข้ามาครอบงำอีกครั้ง  ไม่มีใครแตะน้ำแข็งใสสีสดใสที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย  ปล่อยให้เกล็ดน้ำแข็งนั้นละลายไปอย่างช้า ๆ

 

 

 

มายูสังเกตเห็นว่าคนตรงข้ามไม่มองหน้าของเธอเลย  และเธอเองก็รับรู้ว่าคนตรงหน้าของเธอร้องไห้มากมายเพียงใด  คนทั่วไปอาจจะไม่สังเกตเห็นว่าโกคุเดระมีรอยแดงช้ำที่ขอบตา  เพราะเธอเองก็เคยเป็น  เธอเองก็เคยร้องไห้จนสุดหัวใจมาแล้วเช่นกัน  เธอลอบมองใบหน้าของโกคุเดระอีกสักพักจึงสูดลมหายใจลึกก่อนจะตัดสินใจบอกความจริง

 

 

 

...และความผิดที่เธอก่อไว้

 

 

 

 

“ความจริงแล้ว...ฉันกับทาเคชิ..........เราไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ”

 

 

“.......อะไรนะครับ”

 

 

 

 

เสียงของโกคุเดระแผ่วเบานัก  นัยน์ตาสีเขียวซีดนั้นเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน  หากมายูก็ไม่ได้สนใจเพราะเธอเริ่มเอ่ยต่อไป

 

 

 

“ฉันกับทาเคชิเราเป็นแค่ญาติกันค่ะ  แม่ของฉันเป็นน้องสาวของคุณพ่อทาเคชิค่ะ”

 

 

“อะไร...นะ”

 

 

“ฉันขอโทษค่ะ”

 

 

“............................................”

 

 

“เรื่องที่ฉันกับทาเคชิเป็นแฟนกันมันเป็นแผนของฉันเองค่ะ  ถ้าโกคุเดระคุงจะโกรธก็โกรธฉันเถอะนะคะ”

 

 

“เพราะอะไรครับ...?”

 

 

 

 

 

ครานี้เป็นฝ่ายของหญิงสาวที่เงียบลงไป  เธอไม่สามารถบอกคำตอบได้ว่าเพราะอะไรเธอจึงต้องหลอกโกคุเดระแบบนี้ 

 

 

 

 

“ฉันขอโทษค่ะ”

 

 

“มายู!!  โกคุเดระ!!”

 

 

 

 

 

ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะพูดอะไรไปมากกว่านี้  ยามาโมโตะก็วิ่งถลาเข้ามาทั้งที่ยังคงใส่ชุดเบสบอลอยู่  เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลู่ลงมาตามใบหน้า  และเม็ดเหงื่ออีกไม่น้อยที่ยังคงพรำอยู่บนหน้าผากนั้น  ดวงตาสีน้ำตาลไหม้เบิกกว้างเมื่อเห็นญาติสนิทของเขาและโกคุเดระมานั่งอยู่ในร้านน้ำแข็งใส  เขาตกใจไม่น้อยเมื่อได้รับข้อความของมายูที่บอกว่าอยู่กับโกคุเดระตอนที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่

 

 

 

“เธอกำลังทำอะไร...”

 

 

 

ยามาโมโตะถามญาติสนิทเสียงเขียว  หากคนตัวเล็กก็กลับก้มหน้าไม่ยอมเงยมามองเขาที่ยืนค้ำหัวอยู่  พิรุณหันไปมองโกคุเดระก็พบกับดวงตาสีเขียวสดนั้นกำลังมองมาที่เขาอยู่  เขาไม่รู้ว่ามายูบอกอะไรไปจึงทำให้ออร่าแปลก ๆ ของโกคุเดระแผ่มาขนาดนี้

 

 

 

“แกต้องไปกับฉัน...”

 

 

 

ร่างบางผมสีเงินพูดไว้แค่นั้นก็ลากเขาไปทางห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โกคุเดระ...”

 

 

ยามาโมโตะเอ่ยเรียกชื่อของคนที่เขาคิดถึงอยู่ทุกคืน  ก่อนที่เจ้าของชื่อจะหันหน้ามามองอย่างเอาเรื่อง  เขาจึงสังเกตเห็นว่าขอบตาของวายุนั้นแดงช้ำจนเขาเองก็ตกใจไม่น้อย  และการกระทำเองก็ไวกว่าความคิดเมื่อฝ่ามือใหญ่ทั้งของเขาเลื่อนไปประคองใบหน้าของร่างบางอย่างเบามือ  ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือลูบรอยแดงนั้นอย่างเบามือด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ

 

 

 

“แก...ทำไมต้องวางแผนบ้า ๆ อะไรแบบนี้ด้วยวะ”

 

 

 

โกคุเดระไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมองด้วยแววตาถวิลหาแบบไหน  เมื่อตอนนี้ไฟมันกำลังคุได้ที่  ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าร่างกายของเขาถูกเจ้าบ้าเบสบอลกอดแนบแน่นตอนไหน

 

 

 

 

“แผนบ้า ๆ...อ่อ  เรื่องที่ฉันกับมายูเป็นแฟนกันหนะเหรอ”

 

 

“ก็ใช่หนะสิ  เพราะแกหนะแหละที่ทำให้ฉัน....”

 

 

“ฉันทำให้นายร้องไห้สินะ....”

 

 

“จะบ้าเหรอ  คนอย่างแกเนี่ยนะจะทำให้ฉันร้องไห้  ฝันไปเหอะ!!!”

 

 

 

 

ยามาโมโตะหัวเราะร่าเมื่อเขาได้ยินคำผรุสวาทอีกหลายคำดังลอดออกมาจากปากบางสวยของโกคุเดระที่กำลังกัดฟันไม่ให้พูดเสียงดังออกมา  ก่อนที่มือทั้งสองข้างของพิรุณจะรัดเอวบางของวายุไว้อย่างแนบแน่น  เขาแปลกใจไม่น้อยที่เพิ่งสังเกตว่าเอวของโกคุเดระนั้นเล็กลงอีกแล้ว

 

 

 

 

“สิ่งที่ฉันพูดในโทรศัพท์เมื่อวาน...”

 

 

“....................”

 

 

“ที่ว่าฉันคิดถึงนาย  มันเป็นเรื่องจริงนะ”

 

 

“....ไอ้บ้า  แกพูดอะไรของแกวะไอ้เจ้าบ้าเบสบอล”

 

 

“เราออกไปดีกว่าเนาะ  เดี๋ยวมายูจะคอยนาน”

 

 

 

 

 

 

 

 

ยามาโมโตะรีบออกมาจากห้องน้ำก่อนที่สโมกกิ้งบอมบ์ตัวฉกาจจะโยนดอกไม้ไฟกลางห้องน้ำ  หากเมื่อออกมาแล้วร่างสูงกลับไม่พบเจอคนที่เขาทิ้งเอาไว้  เหลือเพียงความว่างเปล่าของที่นั่งและถ้วยน้ำแข็งใสที่ละลายไปแล้วหมดถ้วยเท่านั้น  ก่อนจะพบกับคำตอบจากโกคุเดระว่าญาติตัวเล็กของเขาจะกลับอเมริกาวันนี้ 

 

 

 

 

กลับ...โดยที่เขาไม่รู้แม้แต่นิด

 

 

 

 

 

 

 

***********************************

 

 

 

 

 

 

 

เรือบินเหล็กกำลังทะยานสู้ท้องฟ้าอันเวิ้งว้าง  แสงแดดสีส้มอ่อนฉาดฉายไปทั่วแผ่นฟ้า  ก้อนเมฆสีขาวที่เกาะเป็นกลุ่มก้อนก็กำลังลอยเอื่อยอย่างไร้จุดหมาย  ต่ำลงไปคือเมืองนามิโมริที่หดเล็กลงเนื่องจากความสูงของเครื่องบิน  หญิงสาวที่นั่งอยู่ริมหน้าต่างได้แต่มองภาพเหล่านั้นอย่างเลื่อนลอย  ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่ตอนนี้เริ่มอ่อนมีหยาดน้ำเอ่อคลอก่อนที่มันจะไหลลงมาอาบแก้ม  ซึ่งเธอก็ไม่คิดจะปาดมันออก

 

 

 

ตอนนี้เขาคนที่เธอแอบรักมานานคงจะได้มีความสุขกับคนที่เขารักเสียที  เธอเองก็หมดหน้าที่ของเธอแล้ว...หน้าที่ที่เธอไม่อยากจะทำ  ด้วยความที่เธออดรนทนฟังคำหวานที่เขาพร่ำพรรณนาถึงคน ๆ นั้นหรือจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่ฉายแววอ่อนโยนและอบอุ่นเมื่อพูดถึงคน ๆ นั้นไม่ได้  เธอจึงเสนอแผนบ้าบอที่ทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบยอมทนเป็นกามเทพผู้แสนดีให้คนทั้งสองได้ครองรักกัน

 

 

 

 

คนนั้นของทาเคชิ

 

...โกคุเดระคุง

 

 

 

 

หมดหน้าที่ของกามเทพผู้แสนดีคอยช่วยเหลือให้คู่รักได้รักกันแล้ว

หมดหน้าที่ของศิลาณีที่คอยรับฟังและเป็นที่ปรึกษาปัญหาด้านความรักแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

เหลือแค่เพียง

 

...ผู้หญิงที่มีบาดแผลเต็มหัวใจ

 

 

 

 

 

 

เธอหวนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอเห็นความเศร้าในนัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้  ทั้งที่เธอลองบอกออกไปว่าเธอเจ็บปวดที่เห็นเขาเป็นแบบนี้  หากญาติแสนดีของเธอกลับคิดเป็นอย่างอื่น  ทั้งที่เธอเองก็เจ็บปวดไม่น้อยไปกว่ายามาโมโตะเลย

 

 

 

หัวใจที่เต้นแผ่วเบานั้นเริ่มเจ็บแปล๊บอีกครั้งเมื่อนึกถึงถ้อยคำที่เธอตัดสินใจจะบอกออกไป

 

 

 

 

 

“ฉันรักทาเคะจังนะ...”

 

 

‘ฉันก็รักมายูเหมือนกัน  เธอเป็นญาติที่ฉันรักที่สุดเลยนะรู้มั้ย

 

 

 

 

 

 

เธอไม่ต้องการความสัมพันธ์แบบนี้

 

 

หากก็บอกออกไปไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

รอยยิ้มที่เคยเห็นมาแต่เด็กกับความอ่อนโยนที่เคยได้รับ  ความรักที่เธอเคยได้รับอย่างเต็มอก  เธอรู้มานานแล้วว่ามันไม่ใช่ของเธอ  ต่อให้เธอพยายามอีกมากแค่ไหนก็ไม่เคยได้มาครอบครอง  แม้จะเอื้อมมือไขว่คว้าจนสุดแขนหากมันก็ยิ่งห่างไกล  ทำได้เพียงแค่แอบหวังแอบคิดว่าสักวัน....

 

 

 

 

สักวันที่เขาไม่มีใครข้างกาย 

 

สักวันที่เขาไม่มีใครในหัวใจ

 

 

 

สักวันนั้น...จะเป็นของเธอ

 

 

 

 

...หากเธอคงไม่มีสักวันทิ่เฝ้าคนึงหา

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้เขาคงกำลังมอบรอยยิ้มและหัวใจทั้งดวงให้คน ๆ นั้น  รอยยิ้มและหัวใจที่เธออยากได้มานานแสนนาน  แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เคยได้รับมันมาเกินกว่าคำว่าพี่สาวและ...

 

 

 

...น้องชาย

 

 

 

 

 

 

 

จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าเธออยากจะยึดครองความรักนั้นเป็นของเธอคนเดียว

 

จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าเธออยากจะยึดครองรอยยิ้มนั้นให้ยิ้มให้เธอผู้เดียว

 

จะมีใครรู้บางมั้ยว่าเธออยากจะยึดครองทุกอย่างที่เป็นเขาให้เป็นแค่ของเธอคนเดียว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่า...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เธอ...กำลังอิจฉา 

 

 

 

 

 

 

 

 

Ending

 

YuuYuu Talk  ::  จบแล้วจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!  ดีใจมากหละเออว์  ในที่สุดเราก็ปั่นเรื่องนี้จบซักที  หลังจากดองข้ามเทอม  จนรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นตัวอิจฉาแล้วพอมาเข็นอิจฉาก็เลยรู้สึกว่ามันค่อนข้างลำบา่กเล็กน้อย  แต่ก็ผ่านมาได้แล้วหละค่ะ

 

ตอนนี้กำลังแต่งสเปอยู่  แต่เป็นสเปความคิดของมายูค่ะ ^^

 

กด1   สนใจอ่าน  ลงเลยจ้า

กด2   เฉย ๆ อะ  จะลงก็เรื่องของจขบ.เสะ

กด3   อย่าได้เอามาลงนะยะ!!

กด4   คิดถึงจขบ.มาก ๆ  (อันนี้ไม่เกี่ยว ฮ่าาาาา)

 

 

 

 

ตอบเมนท์ค่ะ

 

#1 Sere●ω●nata  --> ชอบมายูจังต่อไปนะค๊าาา  มายูน่ารักไม่ผิดหรอกกกก  ตอนจบเป็นยังไงก็บอกกันน๊า

 

#2 P@t_ti13     -->  มายูไม่ได้กำไรอะไรเลยย่ะ!  ออกจะโศกด้วยซ้ำ  จริง ๆ แล้วพี่ว่ามายูนี่หละตัวอิจฉา  ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  เรื่องนี้พี่ก็ชอบซือคุงนะ  ซือคุงดูเป็น....วองโกเล่ดี  ฮ่า ๆ ๆ ๆ 

 

#3 ♪かんだ モエ-ぢゃん♪  -->  โมเอะจังชอบดราม่าิสินะคะ  ^^  เรื่องผีบล๊อก...พยายามทำใจอยู่จ้ัะ

 

#4 finfish  --> ฮ่า ๆ ๆ ๆ   อาจจะเป็นแบบนั้น   เรื่องนี้ยู้เห็นใจซือคุงน๊าาา (เอ๊ะ  เราจะมีอิจฉาพาร์ทซือคุงดีมั้ย?)

 

#5 พี่กิต   -->  ก๊กก็ผิดน๊า  เพราะก๊กไม่บอกอะไรให้ยามะรู้  ถ้าก๊กไม่บอกยามะก็ไ่ม่รู้หรอกนะคะ  ถ้าตามมาดักตีืที่มหาลัยต้องมาไว ๆ นะ  จะจบแล้ว  ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ

 

#6 Janeiiz__,,  -->  ยะ..ยามะไม่ได้โง่น๊าาาาาาาาาาา

 

#7 น้องโต้  -->  ไม่เป็นไรจ้า  เรื่องเมนท์ช้า่เมนท์เร็วพี่ไม่กลัวหรอก  ฮ่า ๆ ๆ   ก็เพราะมัีนเป็นจั๋งซี้หนะสิถึงได้เจ็บกันหมดแบบนี้  ฮี่ฮี่  แต่ไม่งั้นเรื่องนี้จะหนุกเหรอเธอว์  ชอบซือคุงไม่ได้ึซึนเดเระ  แต่แอบกระซิบว่าซือคุงตอนไฮเปอร์์โหมดนะ  กร๊ากกกกกกกกก   เดี๋ยวจะส่งสปอยไปอีก  เอาให้เรียนไม่รู้เรื่อง (นิสัยมาก)

 

#8 haha  -->  ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ  อัพแล้วหละค่ะ!!!!

 

 

edit @ 25 Oct 2010 18:44:09 by YuuYuu