[SF] ...JEALOUS... [8059] #1

posted on 22 May 2010 12:36 by rupingfic in SF

Short Fiction  ::  JEALOUS
Pairing  ::  Yamamoto x Gokudera  [8059]
BGM  ::  ไม่รักไม่ต้องห่วง - อ้อน
Rate  ::  PG-13
Genre  ::  Drama
Author  ::  YuuYuu
Date  ::  21.05.2010








แสงสีส้มของยามเย็นในฤดูร้อนนั้นทอดยาวไปยังทุกสิ่งที่พบเจอ  ดวงอาทิตย์กลมโตก็ใกล้จะลาลับขอบฟ้าเต็มทีก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นผืนผ้าไหมสีดำที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยดวงดาวน้อยใหญ่  อีกไม่ถึงเดือนก็ได้เวลาปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว  ทั้งสึนะโยชิและที่เหลือต่างก็รู้สึกอยากจะให้มันปิดเทอมไว ๆ นัก  แต่ก่อนที่จะได้สุขสบายในช่วงปิดเทอมนั้นพวกเขาก็ยังต้องผ่านมรสุมการสอบไปเสียก่อน  เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของมือขวาอย่างโกคุเดระที่จะต้องติวสอบให้กับสึนะ และพ่วงยามาโมโตะไปด้วยอีกคนนึงเนื่องจากนภาร้องขอ  วายุจึงต้องจำยอมให้อีกคนที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงติวด้วย  โดยที่จะเริ่มติวกันวันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์พอดี



“ถ้าไม่ใช่เพราะท่านรุ่นที่สิบร้องขอ ฉันไม่ติวให้แกหรอกนะเว้ย” เจ้าของดวงตาเขียวสดพูดลอดไรฟัน  หากพิรุณกลับส่งยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวไปให้แทน

“น่า น่า...ขอบใจนะสึนะ” หันไปบอกขอบอกขอบใจเพื่อนตัวเล็ก

“ไม่เป็นไรหรอก  ยังไงคนติวก็ไม่ใช่ฉันนะ” ทูน่าตากลมหัวเราะแหะ ๆ

“ถ้าอย่างนั้นเราเริ่มติวกันพรุ่งนี้เลยนะครับรุ่นที่สิบ  ผมรับรองเลยว่ารุ่นที่สอบต้องผ่านการสอบครั้งนี้ไปได้แน่ ๆ” โกคุเดระพูดอย่างเริงร่าเมื่อนึกถึงว่าพรุ่งนี้เขาจะได้เริ่มติวสอบให้กับรุ่นที่สิบแล้ว  หากความเริงร่านั้นก็ต้องหายไปเมื่อหันไปสบดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่ยังคงยิ้มอ่อนโยนมาให้  ดวงหน้าขาวเนียนของเขากลับรู้สึกร้อนขึ้นมานิด ๆ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นหน้านิ้วคิ้วขมวดเพื่อกลบอาการร้อนที่แก้มนั้น...  “ส่วนแกหนะ  แล้วแต่บุญแต่กรรมแล้วกัน”

“ฉันต้องสอบผ่านอยู่แล้วหละ  ก็โกคุเดระติวให้ทั้งทีนี่นา”


เขานึกหมั่นไส้กับท่าทีที่สบายไปทุกเรื่องของเจ้าบ้าเบสบอล  จนบางครั้งนึกเอะใจว่ามันอาจจะแอบฉลาดแต่แกล้งเป็นโง่ก็เป็นได้  ก็เห็นสอบทีไรมันก็ผ่านเฉียดฉิวมาได้ทุกครั้ง  หากยังไม่ทันคิดอะไรมากโกคุเดระก็ถูกดึงจากภวังค์เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าบ้านของสึนะโยชิแล้ว


“ขอบใจนะโกคุเดระคุง ยามาโมโตะที่มาส่งฉัน” ทูน่าจิ้มลิ้มเอ่ยขอบคุณก่อนจะโบกมือลาและเดินเข้าไปภายในบ้าน  ทันทีที่สึนะโยชิเดินเข้าบ้านนั้นก็ถูกต้อนรับด้วยเสียงบึ้มของระเบิดจากแรมโบ้  โกคุเดระเข่นเขี้ยวลอดไรฟันพร้อมกับที่จะก้าวเข้าไปบอมบ์เจ้าวัวบ้าสักลูกสองลูก  หากก็ถูกดึงด้วยมือใหญ่ของยามาโมโตะพร้อมกับรอยยิ้มอย่างใจเย็นเฉกเช่นที่ผ่านมา


“เอาน่า  สึนะไม่เป็นอะไรหรอก...เราก็กลับกันเถอะ” ไม่ต้องรอคำตอบจากวายุ  พิรุณก็จัดการลากข้อมือไปทันทีโดยที่มีเสียงขู่ฟ่อเป็นของแถม  หากมันก็ไม่ได้สะเทือนอะไรพิรุณแม้แต่น้อย


ขณะนี้เริ่มมืดแล้ว  บนท้องนภารัตติกาลนั้นมีดวงดาวระยิบระยับเต็มไปหมดจนฟากฟ้าพร่างพราว  ก่อนที่ยามาโมโตะจะเดินไปส่งโกคุเดระที่บ้านนั้นทั้งสองก็พากันเดินไปยังร้านราเม็งแถวบ้านผู้พิทักษ์วายุก่อนเพราะว่าเสียงโครกครากที่ดังมาจากท้องของวายุนั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงหิวไม่ใช่น้อย  แถมอาการกลบเกลื่อนเขินอายด้วยการจะยัดระเบิดเข้าปากพิรุณอีก


หลังจากที่เอาราเม็งไปย่อยลงกระเพาะเรียบร้อยแล้วนั้น  ตัวเอชชมรมเบสบอลก็ได้พามือขวาแห่งวองโกเล่ไปส่งที่บ้านเหมือนทุกที  แม้ว่าจะมีเสียงของโกคุเดระบ่นอุบอิบว่าไม่เห็นต้องมาส่งอยู่เรื่อยไป  หากยามาโมโตะก็ทำเป็นหูทวนลมไมได้ยินไปทุกครา  หลังจากที่ไปส่งวายุถึงห้องแล้วนั้นพิรุณก็ขอตัวกลับโดยที่บอกทิ้งท้ายเอาไว้เหมือนทุกวันว่าจะโทรหาคืนนี้  แล้วก็จะได้ยินเสียงวายุบ่นอุบอิบอีกครั้งเรื่องที่ไม่ต้องมาสั่ง


น่าแปลกเมื่อเวลาที่โกคุเดระอยู่กับทุกคนกับเวลาที่อยู่ต่อหน้ายามาโมโตะมันช่างต่างกัน
โกคุเดระที่อยู่ต่อหน้าทุกคนนั้นเป็นคนที่เสียงดัง โผงผาง  รักและเคารพวองโกเล่มาก


แต่เมื่อใดที่ได้อยู่กับยามาโมโตะเพียงสองต่อสอง
...โกคุเดระก็จะเหมือนกับแมว  ขู่ฟ่อให้เกร็งหากก็ไม่ได้กัดอะไร

พิรุณรู้ว่าแค่เพียงเขาคนเดียวที่ได้เห็นวายุในมุมแบบนี้
แค่เพียงเขาเท่านั้นที่จะได้เห็น...


เวลาเคลื่อนจนเข็มนาฬิกาชี้เลยเลขสิบไปเพียงนิด  เวลาสี่ทุ่มกว่า ๆ นั้นเป็นเวลาที่โกคุเดระทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยแล้ว  เขาเดินไปที่ระเบียงด้านนอกซึ่งตอนนี้มีสายลมร้อนพัดเพียงบางเบาพอให้คลายมวลอากาศร้อนไปได้  คืนนี้เป็นคืนแรมดวงจันทราจึงหลบหนีไปวิ่งเล่นที่ใดก็ไม่ทราบได้  วายุนั่งลงพร้อมกับหลับตาพริ้มรับสายลมที่พัดผ่านมา  โกคุเดระนึกถึงร่างสูงโปร่งที่มีสีผิวแทนเพราะการฝึกซ้อมเบสบอลอย่างหนัก ป่านนี้เจ้านั่นคงจะแช่อ่างอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์  คงจะอีกสักพักกว่าที่เจ้าบ้าเบสบอลจะโทรมาหาเขา


จะว่าไป...โกคุเดระก็นึกแปลกใจตัวเอง
ที่มาเฝ้ารอคอยการโทรมาของอีกฝ่ายอยู่ทุกค่ำคืน


ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขายอมให้เจ้าบ้าเข้ามาวุ่นวายในชีวิตถึงเพียงนี้
ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขายอมให้เจ้าบ้าเข้ามาวิ่งเล่นในหัวใจจนมันปั่นป่วนเพียงนี้
ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขายอมให้เจ้าบ้าเข้ามายุ่งในความฝันของเขาทุกคืน


ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขารู้ว่าเขาชอบยามาโมโตะ...


แล้วเจ้าบ้าเบสบอลนั่นจะชอบเขาบ้างมั้ยนะ...?
ทั้งสายตา  สัมผัส  การกระทำที่ยามาโมโตะทำให้
จะใช่แบบที่เขาคิดหรือเปล่าว่ามันกับเขาจะใจตรงกัน


...หรือเป็นเพียงสิ่งที่เขาคิดไปข้างเดียว



นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเสียงเมโลดี้ที่ดังมาจากเครื่องสื่อสารข้างตัวก็ดังขึ้น  โกคุเดระสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยิบมันขึ้นมากรอกเสียงรับสายแบบไม่ต้องดูก็รู้ว่าปลายสายเป็นใคร 


“ฮัลโหล...” กรอกเสียงรำคาญสุด ๆ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาเองนั่นหละที่กำลังเฝ้ารอการโทรมา

‘จะนอนหรือยัง?’ เสียงทุ้มนุ่มอ่อนโยนเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงสบาย

“ถ้าฉันบอกว่าจะนอนแล้วแกจะวางหรือเปล่าหละ  ไอ้เจ้าบ้าเบสบอล”


ยามาโมโตะไม่ตอบกลับมา  หากกลับมีเสียงหัวเราะร่วนเป็นเสียงปลายสายเป็นการปฏิเสธว่าไม่วางเท่านั้น  วายุอารมณ์ร้อนแสร้งทำเสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจแต่อีกฝ่ายก็ทำเป็นหูทวนลงไม่ได้ยินเสียนี่ ร่างสูงเล่าว่าเขาเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ  ตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียง


‘ร้อนจังนะวันนี้  อยากนอนกอดโกคุเดระให้หายร้อน’ คำพูดของพิรุณเย็นฉ่ำนั้นกลับทำให้วายุเลือดร้อนนั้นรู้สึกว่าจะมีความร้อนแผ่ขึ้นมาที่ใบหน้า  เขาจึงตอบรวนออกไปตามนิสัย

“ไอ้เจ้าบ้า  ใครอยากจะนอนกอดกับแกกัน...อากาศร้อนอย่างนี้นอนกอดกันก็ร้อนเพิ่มหนะสิ  แกนี่มันโง่จริง ๆ เลยนะ  แล้วอย่างนี้แกจะสอบผ่านหรือเปล่าวะ?” ได้ทีก็ใส่เป็นชุด...

‘ผ่านสิ  นายติวให้ทั้งที...ฉันก็ต้องสอบผ่านอยู่แล้ว’


หลังจากนั้นยามาโมโตะก็สรรหาเรื่องมาพูดคุย  แม้จะถูกด่าถูกเหน็บแนมแต่อีกฝ่ายก็เหมือนไม่ได้ใส่ใจ  จะมีเพียงแค่เสียงหัวเราะร่วนตามปกติหรือไม่ก็การหยอดคำหวานใส่ผู้พิทักษ์วายุให้อีกฝ่ายตอบไม่ถูกเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น  ทั้งสองคุยกันจนถึงดึกดื่นจึงวางไปโดยที่โกคุเดระนัดติวกันสิบโมงเช้าพรุ่งนี้ที่บ้านสึนะโยชิ  โดยที่วายุอารมณ์ร้อนทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ว่า...


“ถ้าแกสาย  ฉันจะยัดระเบิดเข้าปากแกแน่!!!”


โกคุเดระมาถึงบ้านของสึนะก่อนเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง  ตอนที่เขามานั้นสึนะก็กำลังทานข้าวเช้ากันกันอยู่  ผู้พิทักษ์วายุเองก็ถูกชวนให้ร่วมโต๊ะ  หากเขาก็ปฏิเสธเพราะว่าไม่อยากจะไปทะเลาะกับเจ้าวัวบ้าแรมโบ้และที่แน่นอนคือ  เขาไม่อยากจะร่วมโต๊ะกับเบียงกี้...แม้ว่าวันนี้อาเจ๊จะใส่แว่นกันเขาปวดท้องก็ตาม  สึนะโยชิจึงบอกให้เขาขึ้นไปรอที่ห้องก่อนได้เลย


นั่งไปสักพักรุ่นที่สิบเดินขึ้นมาโดยที่รีบอร์นนั้นถูกเบียงกี้กักตัวไว้สวีท  ตอนนี้โกคุเดระพร้อมแล้วที่จะติวหนังสือ  หากมันยังขาดสมาชิกอีกคนนั่นก็คือผู้พิทักษ์พิรุณ  วายุเลือดร้อนเริ่มอยากจะกลายเป็นพายุโซนร้อนตะหงิด  อยากจะพัดให้ไอ้เจ้าบ้านั้นมันหายไปจากโลกนี้ซะ  โทษฐานที่ทำให้ท่านรุ่นที่สิบต้องรอ


“เราติวกันเลยก็ได้นะครับรุ่นที่สิบ  ไม่เห็นจะต้องไปรอเจ้ายามาโมโตะเลย” โกคุเดระพูดเสียงฉุนเฉียว 

“เรารอกันอีกสักพักก็ได้  นี่ก็ยังไม่ถึงสิบโมงเลย” นภาห้ามแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วของมือขวาขมวดเสียจนมันแทบจะพันกัน


หากแม้จะถึงเวลาสิบโมงแล้ว  ทั้งสามก็ยังไม่เห็นร่างสูงผิวสีแทนของยามาโมโตะเสียที  มือขวาจึงจัดการเริ่มติวโดยไม่รอผู้พิทักษ์พิรุณ  ถึงแม้ว่าจะร่างกายเขาจะจดจ่อกับตัวหนังสือ  หากจิตใจกลับนึกห่วงเจ้าบ้าเบสบอลนัก  เพราะแม้ว่าเจ้านั้นจะบ้า จะเอ๋อ จะเซ่อหรือว่าโง่  แต่มันก็ไม่เคยมาสายแบบนี้  จะเกิดอะไรขึ้นกับไอ้บ้านั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้...

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูห้องของสึนะดังขึ้น  ทั้งสองเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะ  และอีกไม่กิ่วินาทีต่อมาประตูห้องก็ถูกเปิดพร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มและร่างสูงผิวสีแทนของยามาโมโตะ


“โทษทีนะที่มาสาย...”


ผู้พิทักษ์พิรุณเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด  ลูกชายบ้านซาวาดะนั้นเอ่ยบอกไม่เป็นไรอย่างทันท่วงที  จะมีก็แต่ติวเตอร์นั่นหละที่ทำหน้ากวนโอ๊ยอย่างสุด ๆ  ฉับพลันนั้นง่ามนิ้วของเจ้าของตาสีเขียวสดก็เต็มไปด้วยไดนาไมต์ขนาดย่อมแต่ก็สามารถทำให้ห้องนี้เละได้  เจ้าของห้องห้ามแทบจะไม่ทันกว่าที่โกคุเดระจะยอมเลิกความคิดที่จะโยนไดนาไมต์ใส่ยามาโมโตะ  


“ก็รีบ ๆ เข้ามาซะสิ” ติวเตอร์วายุสั่งอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ที่กำลังคุกกรุ่น

“เอ้อ...คือว่า.....”


เขาเริ่มอยากจะบอมบ์เจ้าบ้านี่จริง ๆ เมื่อยามาโมโตะนั้นได้แต่ยืนอึกอักอยู่หน้าห้องไม่รีบเข้ามาเสียที  พิรุณหัวเราะแห้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปเรียกบุคคลที่สามที่ยืนคอยอยู่หน้าห้องให้เข้ามาด้วยกัน 


“สวัสดีค่ะ  วันนี้ฉันขอมารบกวนด้วยนะคะ” หญิงสาวหน้าตาน่ารักที่กำลังส่งยิ้มตาปิดมาให้ทั้งสึนะและโกคุเดระนั่นเองที่ทำให้ยามาโมโตะได้แต่ยืนเอ่ออ่าอยู่หน้าห้อง

“ใครเหรอยามาโมโตะ?” ทูน่าจิ้มลิ้มถามขึ้นเมื่อเป็นบุคคลแปลกหน้าไม่เคยรู้จัก

“สุงิอุระ มายูค่ะ  เป็นแฟนของทาเคชิ  ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” สาวเจ้ากลับตอบแทนเสียอย่างนั้นพร้อมโค้งแนะนำตัวเล็กน้อย


หลังจากพูดจบสาวเจ้าก็คว้าแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของยามาโมโตะมากอดเสียแน่น  เจ้าตัวพิรุณก็กลับทำแค่หัวเราะแห้ง ๆ เกาท้ายทอยแก้เขินเท่านั้น  ภายในห้องเงียบกริบด้วยความอึ้งก่อนที่สึนะโยชิจะเชื้อเชิญทั้งสองให้เข้ามาในห้องเพราะจะได้เริ่มติวกันแบบจริงจังสักที  หากจะมีใครสังเกตสักนิดคงจะรู้ว่าอะไรเปลี่ยนไป  เพราะหลังจากที่มายูได้ปรากฏกายเข้ามาให้เห็นและบอกว่าตัวเองเป็นแฟนของพิรุณนั้น


...ผู้พิทักษ์วายุก็เงียบลงไปถนัดตา


หลังจากที่ติวกันมาได้สักพักโดยที่ทั้งห้องเงียบกริบ  มีเพียงแต่เสียงของติวเตอร์ดังอยู่เท่านั้น  สึนะโยชิรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทางวายุที่ดูเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น  หากก็ทำได้แค่เพียงสงสัยในใจไม่กล้าถามอะไรออกไป  เพราะคิดว่ามือขวานั้นกำลังติวให้อย่างจริงจังเพื่อให้เขาสอบได้  ผ่านไปอีกสักพักนภาแห่งวองโกเล่จึงถือโอกาสให้ทั้งติวเตอร์และผู้ถูกติวนั้นพัก  ไม่อย่างนั้นเขาเนี่ยหละจะม่องเท่งไปเสียก่อน


“พักสักหน่อยแล้วกันโกคุเดระคุง  เดี๋ยวจะตายคาหนังสือกันเสียก่อน” ...เขานี่หละที่จะล้มลงเพราะมึนหัวไปก่อนใครเพื่อน

“ถ้ารุ่นที่สิบว่าอย่างนั้น  งั้นเราพักกันก่อนก็ได้ครับ” ติวเตอร์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเจอกับหญิงสาวที่กำลังชักชวนพิรุณให้ดูเนื้อหาในบทต่อไป  โดยที่อีกฝ่ายเองก็ดูมีความสุขไม่น้อย

“งั้นเดี๋ยวฉันลงไปเอาของว่างให้ก่อนนะ  มายูจังดื่มอะไรดีครับ?”

“ขอน้ำส้มแล้วกันค่ะ...” ก่อนจะยิ้มขอบคุณให้ลูกชายเจ้าของบ้าน

 


หลังจากที่นภาลงไปข้างล่างเพื่อเอาของว่างแล้วนั้น  ภายในห้องก็เหลือเพียงแค่สามคน  โกคุเดระจ้องมองสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาว่างเปล่า  สองคนที่กำลังหัวเราะกันคิกคักไม่ได้สนใจว่าเขาจะนั่งหัวโด่อยู่  โดยที่หญิงสาวนั้นกำลังชี้สิ่งที่เขาคิดว่าน่าจะเป็นรูปภาพในมือถือให้ยามาโมโตะดู  และยามาโมโตะก็ยิ้มอ่อนโยนให้ก่อนที่มือใหญ่นั้นจะวางลงบนเส้นผมอ่อนนุ่มสีน้ำตาลเข้มของมายูและยีเล็ก ๆ เพื่อแกล้ง


รอยยิ้มนั้นที่เคยยิ้มให้เขา...คนเดียว
ความอ่อนโยนนั้นที่เคยส่งมาให้เขา...คนเดียว
สัมผัสนั้นที่เคยสัมผัสเขา...คนเดียว


แล้วตอนนี้
...เขาเหลืออะไร?



ดวงตาสีเขียวสดกลับหม่นลงทันตา  เหมือนกับดวงใจที่ตอนนี้เจ็บปวดจนแทบจะสลายเมื่อนึกถึงคำพูดหวาน ๆ ที่ยามาโมโตะชอบหยอดให้  ทั้งความอ่อนโยนที่ส่งผ่านมาจากดวงตาสีน้ำตาลไหม้  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นจนกลายเป็นความเคยชิน  จนเขานึกคิดไปเองว่าทั้งเขาและยามาโมโตะนั้นคงจะมีความรู้สึกดี ๆ ให้กัน  ทั้งที่จริง ๆ แล้วนั้นมีแค่เพียงเขาที่คิดกับอีกฝ่ายจนเกินเลยและยับยั้งไว้ไม่ทัน  มีแค่เพียงเขาที่มีแต่ความรู้สึกดีให้เจ้านั่น


มีเพียงแค่เขาที่รักยามาโมโตะ


ยิ่งเห็นภาพตรงหน้าภายในใจก็ยิ่งเจ็บปวดยิ่งแหลกสลาย  โกคุเดระจึงเลือกที่จะปิดตาเพื่อจะกั้นภาพของคนที่เขาเคยคิดเข้าข้างตัวเองว่าใจตรงกัน  จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าตอนนี้แม้น้ำตาเขาจะไม่ได้ไหลออกมาให้ใครได้เห็น  หากภายในหัวใจของเขานั้นกลับมีน้ำตามากมาย  หัวใจของเขากำลังร้องไห้


จะมีใครรู้บ้างมั้ยว่าภายนอกพายุที่ดูแข็งแกร่ง
แต่ภายในกลับอ่อนแอมากเหลือเกิน

<