[SF 8059] -- Don't say you love me now --

posted on 16 Jun 2010 16:31 by rupingfic in SF

Short Fiction :: Don't say you love me now
Fandom :: Katekyo hitman reborn
Pairing :: Yamamoto x Gokudera [8059]
BGM :: อย่าเพิ่งบอกว่ารัก - บีม
Rating :: PG-13
Author :: YuuYuu
Director & Proof :: CoffeeMate





.
.
.






“บางทีฉันอาจจะรักแกก็ได้”





.
.
.






สาย ลมวูบไหวพัดผ่านไปจนกิ่งไม้โยกไหว ใบไม้สีน้ำตาลหลุดลอยละลิ่วไปตามแรงลมพัดพา ร่างบางเจ้าของผมสีเงินและดวงตาสีเขียวมรกตดุจอัญมณีหายากนั้นหันมาทางเขา หลังจากบอกประโยคนั้นจบ



สายลมอ่อนพัดผ่านอีกคราก่อนที่เขา จะสะดุ้งตื่นจากภวังค์พร้อมกับปิดปากลงเช่นเดิมเพราะรู้สึกว่ามันอ้าค้างนาน เกินไปแล้วด้วยความอึ้ง



ยามาโมโตะ ทาเคชิรู้สึกหัวใจพองโตเมื่อได้ยินคำ ๆ นั้นออกมาจากปากบางสวย ชั่ววูบเขาแอบคิดว่าอาจจะฝันไปจึงลองหยิกแก้มของตัวเองดูแล้วปรากฏว่ามัน เจ็บจนเขาต้องร้องโอดครวญซู้ดเสียงเบาจึงทำให้รู้ว่าไม่ใช่ฝัน




ประโยค ที่เขาอยากได้ยินมานานนั้นเป็นความจริง





ไม่ใช่แค่ ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ เหมือนทุกคืน ไม่ใช่ฝันกลางวันที่เคยจินตนาการอยู่บ่อยครั้ง หากหัวใจที่พองโตเมื่อครู่ก็กลับต้องฟีบลงเมื่อโสตประสาททวนประโยคเดิมและยา มาโมโตะก็ต้องพบว่าคนตรงหน้าแค่ ‘อาจจะ’ รักเขา




รอยยิ้ม ที่เกือบจะฉีกกว้างเมื่อครู่ก็ต้องมีอันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเพียงนิด แต่ก็ยังคงแสดงแววตาอ่อนโยนไปให้โกคุเดระ ฮายาโตะที่ยืนห่างกันแค่ไม่กี่ฝีก้าว





“ทำไมถึงคิด แบบนั้นหละ...”





ยามาโมโตะเดินขยับเข้าไปชิดโกคุเด ระอีกนิดโดยที่มีวายุเดินถอยหลังออกไปอีกหนึ่งก้าวเมื่อเห็นเขาเดินชิดเข้า มา พิรุณยิ้มตาปิดแบบทุกครั้งที่ชอบส่งยิ้มไปให้ เขาไม่ว่าอะไรที่เห็นท่าทางแบบนั้นของโกคุเดระ เพราะมันเป็นปกติอยู่แล้วที่จะเห็นร่างบางอยู่ห่างจากเขา แม้จะไม่ไกลจนน่าน้อยใจแต่ก็ไม่ได้ใกล้จนทำให้เขารู้สึกดีใจได้ ยามาโมโตะยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้นั้นจ้องมองเข้าไปที่สีเขียวใสที่ตอนนี้สะท้อนเงาของเขา ภายในนั้น




“เพราะว่าฉันคิดแบบนั้น”





“นาย ตื่นเต้นบ้างมั้ยเวลาที่เราจับมือกัน”






มือยาว หยาบกระด้างของนักเบสบอลคว้าหมับไปที่นิ้วเรียวขาวสวยของโกคุเดระ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วฝ่ามือที่แนบแน่นกันนั้นเป็นผลให้วายุหน้าแดง เพียงนิด ดวงตาสีเขียวสดนั้นสั่นไหวจนเห็นได้ชัด นั่นคงจะบ่งบอกได้อย่างดีว่าร่างบางตื่นเต้นเวลาที่เขาจับมือ




“หัวใจ ของนายเต้นแรงบ้างมั้ยเวลาเจอหน้าฉัน”





การพยักหน้า หงึกหงักเป็นการตอบรับนั้นทำให้ยามาโมโตะอดที่จะยิ้มไม่ได้ ฝ่ามืออีกข้างที่ไม่ได้จับมือเรียวนั้นอดไม่ได้ที่จะไปลูบแก้มขาวเบา ๆ






“แล้ว ทุกช่วงเวลาของนายมีฉันอยู่ในนั้นหรือเปล่า”

“................................”






โก คุเดระชะงักงันไปเพียงนิดเหมือนกับกำลังครุ่นคิดกลั่นกรองคำตอบที่อยู่ภายใน สมองนั้นเมื่อคิ้วเรียวเริ่มที่จะขมวดกันน้อย ๆ ให้ยามาโมโตะได้เห็นแล้ว ร่างสูงยิ้มอ่อนโยนอีกครั้งก่อนยีผมสีเงินหนานุ่มนั้นอย่างเบามือก่อนจะถอน หายใจเบา ๆ เฮือกนึง นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้นั้นฉายแสงหม่นลงเพียงนิดหากก็ยังคงความอบอุ่นอ่อนโยน เอาไว้เช่นเดิม







“กลับไปคิดอีกรอบให้แน่ชัด เถอะ ฉันจะรอ”











เส้น ทางกลับบ้านวันนี้ดูเงียบไปผิดหูผิดตา เนื่องจากสึนะโยชิได้ขอตัวกลับบ้านไปก่อนแล้วจึงเหลือแค่เพียงพวกเขาทั้งสอง คน ยามาโมโตะเดินเคียงข้างกายโกคุเดระด้วยความเงียบผิดปกติจนคนข้างกายต้องหัน มามองด้วยความสงสัย หากก็ต้องรีบหันขวับกลับไปเมื่อพิรุณหันมามองด้วยความสงสัยเช่นกัน



เขาทันเห็นคนข้างกายหันขวับกลับไปทันจึงส่งเสียงหัวเราะออกมาเบา ๆ หากสายลมอ่อนกลับรวมตัวกันกลายเป็นวายุที่เริ่มจะโหมกระหน่ำใส่เขาแล้วจึงทำ ให้เสียงหัวเราะถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ ดวงตาเขียวปัดนั้นเริ่มแสดงความไม่พอใจน้อย ๆ แล้ว






“หัวเราะ อะไรไอ้บ้าเบสบอล”


“หัวเราะนาย...”





เขา ยิ้มตาปิดไปให้เหมือนทุกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่โกคุเดระจะได้รับคนเดียว แม้ว่าเขาจะยิ้มให้คนอื่น ยิ้มให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครที่รู้จัก แต่มันไม่เหมือนที่เขายิ้มให้เจ้าของผมสีเงิน เป็นรอยยิ้มที่ไม่เหมือนคนอื่น เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของเขาที่มีต่อคน ๆ นี้





“หัวเราะ ฉันเรื่องอะไร”


“นั่นสินะ หัวเราะนายเรื่องอะไรกัน”





พิรุณ ยียวนกวนประสาททำให้โกคุเดระเริ่มแยกเขี้ยวขู่ฟ่ออีกครั้ง หากยามาโมโตะจะกลัวก็หาไม่เมื่อเขายังคงยื่นมือไปอุ่นไปแนบกับแก้มขาวนุ่ม ที่เริ่มเย็นจากอากาศเย็นที่เริ่มจะโรยตัวลงมา

ดวงตาสีเขียวสดนั้น เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าคมคายที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ด้วยความกลัวจึงเลือกที่จะหลับตา หนุ่มนักกีฬายิ้มอ่อนโยนเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย เขารู้สึกดีใจที่บางครั้งก็ได้เห็นอีกมุมนึงของโกคุเดระ มุม...ที่คนอื่นไม่เคยได้เห็น





ยามาโมโตะหัวเราะเล็ก น้อยในลำคอก่อนจะเลื่อนมือที่แนบแก้มนั้นไปดีดเบา ๆ ที่กลางหน้าผากของโกคุเดระ เป็นผลให้คนที่หลับตาตัวสั่นเมื่อครู่ลืมตาขึ้นมาทันที มือเล็กลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ ก่อนที่นัยน์ตามรกตจะฉายแสงเรืองรองออกมาให้เขากลัวในใจเล่น ๆ แต่พิรุณก็ยังยิ้มสู้เหมือนทุกครั้ง







“เรา แวะไปกินโซบะกันก่อนไปส่งนายที่ห้องดีมั้ย”


“ทำไมฉันต้องไปกิน โซบะกับแกด้วย...”


“ก็เพราะฉันจะเลี้ยงนาย สนใจมั้ย?”







โก คุเดระเกือบจะตอบรับคำชวนเพราะได้ยินประโยคที่เลี้ยงแล้ว หากก็ต้องชะงักส่งคำถามกวนไปอีกครั้ง...




“แล้วทำไมแกต้องไปส่งฉันที่ห้องวะ”


“เพราะฉันห่วงนาย”






ยัง ไม่ทันที่ผู้พิทักษ์วายุจะได้พูดอะไร มือเล็กก็ถูกฉวยเอาไปจับจูงให้เดินไปข้างหน้ามุ่งตรงไปยังร้านโซบะ ความอบอุ่นจากมือของยามาโมโตะที่ส่งผ่านไปให้ร่างบางที่เดินเคียงข้างกาย นั้นจะทำให้หัวใจของโกคุเดระอบอุ่นบ้างหรือเปล่า ยามาโมโตะเองก็อยากรู้เช่นกัน



เขาเหลือบไปมองมือเล็กที่ถูก เขาจับจูง...มีแต่เขาที่จับมือของโกคุเดระ ในเมื่อเจ้าของมือเล็กนั้นไม่ได้จับมือเขาตอบ ไม่ได้บีบมือเขาตอบ สิ่งที่เขาสัมผัสนั้นไม่ใช่ความอบอุ่นแบบเขา หากเป็นความเย็นเยียบ...เท่านั้น







บาง ที...คนข้างกายอาจจะแค่หลงไปชั่ววูบ


แค่เผลอใจให้เขาไปชั่วครู่ เท่านั้น






แม้ภายในใจจะคิดแบบนั้นหากรอยยิ้มบนใบ หน้าก็ยังคงอยู่ เป็นรอยยิ้มที่ปลอบใจตัวเองและเป็นรอยยิ้มที่ให้กำลังใจตัวเอง ยามาโมโตะจึงกระชับฝ่ามือให้แนบแน่นขึ้นไปอีกก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะสอดเข้า ไประหว่างนิ้วพร้อมกับบีบจนรู้สึกร้อน



แก้มแดง ๆ นั้นส่งผลให้คนที่จับมือแนบแน่นยิ้มอย่างพอใจ แม้ว่ามือเล็กจะยึกยักบ้างแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ หากกลับกระชับเพิ่มขึ้นไปอีก...ความร้อนที่ส่งผ่านจากปลายนิ้วมือของยามาโม โตะนั้น จะสามารถละลายความเย็นเยียบได้มั้ยนะ






แต่ ไม่เป็นไรหรอก...

เขารอได้ รอวันที่สายลมจะบอกรักเขาได้




...ต่อ จะให้ต้องรออีกนานแค่ไหนเขาก็ยินดีที่จะรอ






มือ เล็กกระตุกเบา ๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากยามาโมโตะที่เดินเงียบอยู่ข้างกาย ดวงตาสีเขียวสดนั้นฉายแววไม่มั่นใจสะท้อนออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปยังเส้นทางข้างหน้าไม่กล้าสบตาของยามาโมโตะ คนตัวเล็กอึกอักอยู่สักพักจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก








“ฉัน...แก .........ระ เราลองมาคบกันดูดีมั้ย”








ร่าง สูงชะงักการก้าวเท้าทันที เขาหยุดอยู่กับที่และหันมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ก้มหน้างุดไม่กล้าเงยหน้า ขึ้นมาสบตา ไม่พูดจากวนโมโหเหมือนทุกครั้ง นัยน์ตาสีน้ำตาลไหม้ฉายรอยไม่เข้าใจกับประโยคเมื่อครู่ คิ้วหนาขมวดเล็ก ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มความสงสัย อดไม่ได้ที่จะถามออกไปถึงที่สิ่งที่วายุตัวเล็กกำลังคิดจะทำ





มัน เป็นความต้องการของโกคุเดระจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?








“นาย ต้องการแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”


“....ใช่”


“ไม่ต้องรีบ ร้อนเพราะฉันหรอกนะ ฉันบอกแล้วว่ารอได้...”





“เรา...มาคบกันเถอะ”












วายุ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างสูงที่ยืนมองอยู่ก่อน ยามาโมโตะสบตาโกคุเดระอยู่นานเพื่อมองผ่านสิ่งที่เจ้าตัวกำลังคิด หากก็ไม่พบอะไรนอกจากสีเขียวใสนั้นกำลังจ้องมองกลับมาอย่างหนักแน่น หนักแน่นจนพิรุณเกือบเผลอใจเชื่อกับประโยคขอคบนั้นว่าบางทีวายุคงจะรักเขา จริง ๆ หากภายในใจก็กลับรู้สึกต่อต้านกับความคิดนั้น เมื่อเขาเห็นร่องรอยความหวั่นใจผสมอยู่กับความหนักแน่น รอยความไม่มั่นใจกับสิ่งที่พูดของโกคุเดระหลบซ่อนอยู่ในดวงตาสีมรกตนั้น







แต่ ถ้ามันเป็นความต้องการของโกคุเดระ

...เขาก็ยินดีที่จะทำตาม











“ได้ สิ ฉันจะคบกับนาย” ถ้านายต้องการ...























ฝน กำลังจะตก...







ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวไปด้วย แสงสีส้มของอรุณยามเย็นนั้นเปลี่ยนเป็นเต็มไปด้วยก้อนเมฆสีเทาที่ลอยต่ำ เอื่อย ๆ ด้วยความหนักอึ้ง สายลมแรงที่น่าจะพัฒนาเป็นพายุในเวลาต่อมานั้นเริ่มพัดแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนใบไม้ปลิวว่อนไปทั่ว ต้นไม้โยกไหวอย่างรุนแรงด้วยสายลมที่เพิ่มความแรงมากขึ้นกว่าเมื่อครู่ อีกไม่นานหยาดเม็ดฝนห่าใหญ่คงจะตกลงมาแน่ ๆ




...พายุ กำลังพัดเข้าเมืองนามิโมริ...




หนุ่มนักกีฬาเบสบอลเงย หน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีขุ่นนั้นอย่างเหม่อลอย เขาเพิ่งทานโซบะเสร็จเมื่อครู่หลังจากที่ซัดกันไปคนละเยอะพอตัว เป็นผลให้แบงก์หนึ่งพันเยนลอยละลิ่วไปหลายใบอยู่ แต่ถ้าแลกกับรอยยิ้มและแววตาที่เต็มไปด้วยประกายของโกคุเดระตอนมองดูเมนู แล้ว เขาก็รู้สึกว่ามันก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม




ตอนนี้ ยามาโมโตะกำลังรอโกคุเดระที่ไปเข้าห้องน้ำหลังจากที่เขาจ่ายเงินเสร็จ เขาจึงออกมายืนรอเจ้าของผมสีเงินที่เพิ่งจะได้เป็นแฟนกันหมาด ๆ นั้นอยู่หน้าร้าน ภาวนาให้เขาทันไปส่งคนตัวเล็กถึงห้องก่อนที่หยาดฝนจะตก เพราะโกคุเดระไม่ชอบเม็ดฝนและมักจะบ่นโวยวายพร้อมป้ายความผิดให้เขาทุกครั้ง ที่ฝนตก




แต่เขารู้ว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น...เขารู้ ว่าโกคุเดระเกลียดความเหงา เวลาที่ฝนตกนั้นจะทำให้ความเหงาเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ยิ่งถ้าฝนตกตอนที่อยู่ในห้องพักคนเดียวแล้ว โกคุเดระก็จะเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่หูและหางลู่ตกเฝ้ารอคอยเจ้าของกลับมาหา




แต่โกคุเดระไม่ใช่ลูกแมว
เจ้าตัวจึงได้แต่ส่งเสียง ตามสายมากวนเขาทุกครั้งที่ฝนตก







“คิดอะไร อยู่หนะแก...เอ้ย! ทาเคชิ”


“คิดถึงลูกแมวน้อยที่หูหางกำลังจะตก”


“หือ? ลูกแมวน้อยที่ไหนกัน”






ยามาโมโตะไม่ได้ตอบอะไร ออกไป หากส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปพร้อมกับชี้ให้ดูท้องฟ้าสีขุ่นมัว



“ฝน กำลังจะตก เรารีบกลับกันดีกว่า”



ทั้งสองคนจึงรีบเร่งเดิน เพื่อกลับห้องพักของโกคุเดระให้ทันก่อนที่หยาดเม็ดฝนจะร่วงโรย คนตัวเล็กข้างกายยามาโมโตะเริ่มโทษตัวเขาอีกแล้วเมื่อเห็นฟ้าแลบฟ้าร้อง แม้ว่าเสียงเล็กจะทำเป็นกวนอารมณ์เขาเหมือนที่เคยทำทุกครั้ง หากนัยน์ตามรกตสีเขียวนั้นกลับหม่นแสงลงจนพิรุณจับสังเกตได้ว่าโกคุเดระกลัว การอยู่คนเดียวภายในห้องท่ามกลางหยาดเม็ดฝนโรยตัว





เมื่อ พากันเดินมาถึงห้องของโกคุเดระนั้นก็เป็นเวลาประจวบเหมาะที่ฝนตกหนักพอดี ยามาโมโตะหันไปมองภายนอกเมื่อเดินเข้ามาภายในห้องของโกคุเดระแล้ว ก่อนที่จะกลับมาสนใจเจ้าของห้องที่เดินไปห้องครัวกำลังรินน้ำมาให้เขา บ่อยครั้งที่เขาจะเข้ามานั่งเล่นหรือว่าทำการบ้านที่ห้องนี้ แต่ตอนนี้ความรู้สึกกลับแปลกไป...เพราะเขาไม่ได้เข้ามาในสถานะเดิมอีกแล้ว






“ฝน ตกหนักแก...เอ่อ ทาเคชิจะกลับยังไง”


“เรียกตามที่นายถนัดเถอะ ฉันอยากให้นายเรียกฉันแบบที่นายถนัด”


“แกจะกลับยังไง”


“อาจ จะรอให้ฝนหยุดตกก่อนแล้วคงค่อยกลับ”





พิรุณรับแก้ว น้ำเย็นจากมือขาวเนียนของวายุ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาหนานุ่มโดยมีร่างบางนั่งอยู่เคียงข้างกาย ความเงียบถูกเข้ามาคลอบคลุมภายในห้อง ไม่มีเสียงบทสนทนาลอดออกมาเลยสักนิด มีเพียงแค่เสียงจากทีวีที่ส่งเสียงดังมาเป็นระยะเท่านั้น ยามาโมโตะวางแก้วน้ำไว้ที่โต๊ะตัวเตี้ยก่อนจะกลับมาพิงหลังนั่งดูทีวีเช่น เดิม สายตาแอบเหลือบไปยังเจ้าของห้องที่ยังคงนั่งดูรายการเกมโชว์






“โก คุเดระ...”


“อะไร..”







ประโยคที่ ตอบกลับมานั้นติดรำคาญนิด ๆ หากยามาโมโตะก็ไม่ได้ถือสา เขารู้ว่าคนข้างกายกำลังติดรายการเกมโชว์ในทีวีอยู่ เขายิ้มบาง ๆ ให้อีกฝ่ายแม้ว่าโกคุเดระจะไม่ได้มองมันก็ตาม



มือใหญ่ที่ หยาบเพราะการจับไม้เบสบอลฝึกหนักนั้นลูบเส้นผมสีเงินนั้นอย่างเบามือ หากก็เรียกความสนใจจากคนที่ดูโทรทัศน์ได้เป็นอย่างดี เจ้าตัวครางในลำคออย่างสงสัยก่อนจะหันมามองยามาโมโตะเต็มสายตา






“ถ้า ฉันกลับไปตอนนี้นายจะเหงาหรือเปล่า”


“...ไม่...ไม่เหงาหละมั้ง”





โก คุเดระโกหกคำโตออกไป ร่างบางเบือนหน้าหนีไม่ให้ยามาโมโตะเห็นแก้มที่เริ่มแดงนิด ๆ หากยามาโมโตะก็ยิ้มอย่างพอใจในท่าทางตอนนี้ เขาอมยิ้มกริ่มเอาไว้เพราะโกคุเดระหันหน้าไปทางอื่นอยู่จึงไม่เห็นว่ายามาโม โตะยิ้มกริ่มมากขนาดไหน




“ดีแล้วที่นายไม่เหงา ฉันว่าจะกลับไปช่วยป๋าทำซูชิเสียหน่อย”




ทันทีที่ยามาโม โตะยืนเต็มขึ้นความสูงและกำลังจะแสร้งก้าวเดินออกไปก็ถูกมือเล็กดึงชายเสื้อ ไว้ทันที เพราะแรงดึงจึงทำให้ยามาโมโตะหยุดการก้าวเดินและหันมามองใบหน้าเรียวที่ก้ม หน้างุดมองพื้นห้องพร้อมกับเลิกคิ้วและครางในล