[LF] ...แก้แค้น...# 2

posted on 15 Aug 2010 20:45 by rupingfic in LF

Short Fiction ::: แก้แค้น
Chapter ::: the second
Authors ::: tajupee & yoo Tagushita



************************




“จุนโนะ!!” เสียงเรียกหวาน ๆ ดังมาจากด้านข้างของทางฝั่งผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินนานาชาติโตเกียว

“ยามะพี!!” มุ่งตรงเข้าไปตระกรองกอดเพื่อนรักไว้แนบแน่น ให้คุ้มค่ากับที่จากเพื่อนรักไปถึงสามปี…สามปีกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นอร์เวย์ ได้เจอผู้คนใหม่ ๆ ที่นั่น

“นายสบายดีนะ? ถึงนายจะส่งเมลมาหาพวกฉันตลอด แต่ฉันก็ไม่ค่อยสบายใจเลยที่ปล่อยให้นายอยู่ที่นั่นคนเดียว แม้ว่านายจะส่งเมลมาบอกพวกฉันบ่อย ๆ ก็ตามว่าเจอเพื่อนที่แสนดีแล้ว” ยามะพีพูดยาวเหยียดเป็นชุดเมื่อต่างฝ่ายต่างพลั่กออกจากกอดของกันและกันแล้ว

“ฉันไม่ได้อยู่ที่นั่นคนเดียวนะ พวกพี่ยูแล้วก็พ่อแม่ฉันก็อยู่ด้วย นายไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะ…ฉันหนะเข้มแข็งขึ้นกว่าเมื่อสามปีก่อนแล้ว ฉันไม่ใช่จุนโนะสุเกะคนเดิมอีกแล้ว”

“ฉันรู้…ฉันรู้ว่านายเข้มแข็งแล้ว นาย…ดูเหมือนจะกลับมาทำอะไรสักอย่างกับพี่จินใช่มั้ย?” ยามะพีดูจะเดาใจเพื่อนคนนี้ได้ตรงเสมอ และคราวนี้ก็คงจะเป็นอีกครั้งที่ยามะพีสามารถเดาใจจุนโนะได้อีกครั้ง เค้ารู้ทันทีที่เห็นแววตาของจุนโนะสุเกะ มันไม่ใช่แววตาเพื่อนของเค้าเมื่อสามปีก่อนอีกแล้ว มันไม่ใช่แววตาที่มีแต่ความอ่อนโยนอีกแล้ว ตรงกันข้ามกลับเป็นแววตาที่เข้มแข็ง...เข้มแข็งจนน่ากลัว เป็นแววตาที่สามารถทำให้ใครหลาย ๆ คนหลงได้ภายในพริบตา…นี่สินะ สิ่งที่จุนโนะทำให้ตัวเองสามารถกลับมาได้อีกครั้ง

“นายยังคงรู้ใจฉันเสมอเลยนะ” ยิ้มหวานไปให้เพื่อนรัก…

“แล้วเจ้าโคคิไปไหนเสียหละ? ไม่เห็นหน้าเจ้านั่นเลย ไม่ยอมมารับฉัน ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ” จุนโนะสุเกะเปลี่ยนเรื่องพูดคุยอย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นมองหาโคคิทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่โคคิไม่มารับเค้าเพราะติดสอบ…และเรื่องที่เค้าจะกลับมาทำอะไรกับจิน คงจะให้ยามะพีรู้ไม่ได้ และแน่นอนที่โคคิจะต้องไม่รู้ด้วยเช่นกัน

“โคคิติดสอบหนะ” ยามะพีตอบ…แม้จะแอบสงสัยก็ตามที่จุนโนะไม่รู้ว่าโคคิติดสอบ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก



จุนโนะสุเกะเดินออกจากสนามบินพร้อมกับยามะพี การที่เค้ากลับมาญี่ปุ่นคราวนี้ก็เป็นแค่การเยี่ยมเพื่อนธรรมดา เพราะนั่นคือเหตุผลหลักที่เค้ากลับมา แต่ถ้าเอาจริง ๆ…แน่นอนที่เค้าจะต้องกลับมาสะสางชำระแค้นเก่าที่จินเคยทำกับเค้าเอาไว้


ใครเคยทำอะไรไว้…
คนนั้นจะต้องเจ็บกว่าเป็นสิบเท่า

เค้าไม่ใช่เด็กอายุสิบเจ็ดเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว
จุนโนะสุเกะคนเก่าได้ตายไปหลังจากวันที่เดินออกจากโรงเรียนแล้ว



ไม่ใช่ว่าการที่เค้าไปอยู่ที่นอร์เวย์แล้วเค้าจะไม่รู้เรื่องอะไรในญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าพวกยามะพีจะไม่บอกเค้าเรื่องจินและคาเมะ ก็ใช่ว่าเค้าจะหาเรื่องสองคนนี้ไม่ได้…เด็กหนุ่มยังพอมีเส้นสายที่จะทำให้รู้ว่าจินกับคาเมะทำอะไรและเป็นอย่างไร พอจะทำให้รู้ว่าเค้านั้นควรที่จะแก้แค้นสองคนนี้อย่างไร ถึงจะสาสมกับความเจ็บปวดที่เค้าเคยได้รับ…


“จุนโนะพักที่ไหนเหรอ? แล้วจะมาอยู่นานเท่าไรหละ?” ตากลมโตถามด้วยความสงสัย

“ก็พักอยู่ที่เดิมนั่นหละ…” ร่างโปร่งตอบโดยที่ไม่ได้มองหน้าคนถาม

“แล้วจะอยู่ที่นี่นานเท่าไรกัน?” ยามะพีย้ำคำถามเดิม

“ก็ไม่รู้สิ…ยังไม่มีกำหนดกลับเลย” จุนโนะสุเกะเองก็ยังคงตอบคำถามโดยที่ไม่มองหน้าของยามะพีเช่นเดิม

“งั้นเหรอ?”

“อืม…”


หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้เงียบกันไปอีกครั้งจนขึ้นรถแท็กซี่ ยามะพีบอกสถานที่ปลายทางซึ่งก็คือบ้านเก่าของจุนโนะสุเกะ เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวยามะพีก็ทำท่าจะชวนเพื่อนเก่าคุยถึงเรื่องสัพเพเหระ แต่ดูเหมือนว่าจุนโนะจะไม่ยอมคุยด้วย เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมาก็ได้แต่นั่งขมวดคิ้วแล้วมองวิวข้างนอกเท่านั้น แต่แค่นั้นก็ทำให้ยามะพีไม่กล้าที่จะชวนร่างโปร่งคุยได้แล้ว…จุนโนะไม่เหมือนเมื่อก่อน จุนโนะคนนี้ไม่ใช่เพื่อนเก่าเค้าคนนั้นอีกแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับจุนโนะเมื่อวันนั้นกันนะ? เกิดอะไรขึ้นเมื่อวันที่จุนโนะมาโรงเรียนครั้งสุดท้ายกัน?


เมื่อรถแท็กซี่ขับมาถึงหน้าบ้านเก่าของจุนโนะ ยามะพีก็ได้บอกให้คุณคนขับนั้นจอดรอสักพักแล้วตัวเองก็ลงไปช่วยจุนโนะขนของลงมา สัมภาระของจุนโนะนั้นมีไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร จึงใช้เวลาแค่ไม่นานก็นำของเข้าไปไว้ในบ้านหมดแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นฉันกลับก่อนนะ…มีอะไรก็โทรหาได้ตลอด แล้วยังไงจะเรียกโคคิมาหานายด้วย” ยามะพีพูด ก่อนที่จะใช้ดวงตากลมโตนั้นจ้องจับพิรุธของเพื่อนคนนี้ หากจุนโนะสุเกะก็ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมาเลย

“กลับบ้านดี ๆ นะ ฉันไม่ส่งนายนะ”


ยามะพีพยักหน้าตอบก่อนจะค่อย ๆ สาวเท้าเดินออกไป


เมื่อจุนโนะเห็นว่ารถแท็กซี่ได้ขับออกไปได้สักพักแล้วนั้น ร่างโปร่งก็ได้จัดการกดเบอร์โทรศัพท์เป็นเบอร์ของต่างประเทศ รอสายเพียงสักพักคนที่อยู่อีกประเทศก็รับสาย ร่างโปร่งคลี่ยิ้มและเริ่มต้นพูดด้วยรอยยิ้มหวาน


“พ่อฮะ…ผมมาถึงแล้วนะฮะ ไม่ต้องห่วงหรอกฮะพ่อ…ผมมาเรียนต่อนะฮะ ไม่ได้มาแต่งงาน” พูดกลั้นหัวเราะจนโดนทางบิดาเอ็ดมาเล็กน้อย หากรอยยิ้มที่ปรากฏก็ไม่ได้หายไปเลย

‘……………………………..’

“ฮะ จะมาเรียนต่อที่ม.เคโออย่างที่เคยบอกพ่อไว้ก่อนจะมานั้นนะแหละฮะ จะเรียนคณะอะไรหนะเหรอฮะ?” จุนโนะหยุดนิ่งคิดไปเพียงชั่วครู่ ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มมุมปากที่คนทางอีกฝั่งไม่มีทางได้เห็นออกมา…

“คณะสถาปัตยกรรมฮะ”

‘……………………………..’

“ฮะ…จะตั้งใจเรียนฮะ แล้วเจอกันนะฮะพ่อ ผมรักพ่อนะ รักแม่ด้วย รักพี่ยูด้วย” ร่างโปร่งส่งเสียงจุ๊บผ่านทางโทรศัพท์ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาและวางสายไปในที่สุด


หลังจากที่ได้วางสายไปแล้วนั้น เด็กหนุ่มก็เริ่มที่จะคิดจัดการสัมภาระของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง จุนโนะเลือกที่จะใช้ห้องนอนเก่าของเค้าเหมือนเดิม ตู้เสื้อผ้าและเตียงก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิม เพราะว่าพี่ชายอย่างยูอิจิได้จัดการให้บ้านของพวกเค้านั้นยังคงอยู่ในสภาพเดิมทุกอย่าง โดยการที่เรียกแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกอาทิตย์


เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น จุนโนะก็ได้เดินมายังเตียงนอนสีขาวของเค้าและโถมตัวนอนลงแผ่หราบนเตียงกว้าง ตาเรียวสวยหลับพริ้ม ลมหายใจค่อย ๆ ผ่อนขึ้นลงอย่างสม่ำเสมอ หากยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้หลับสนิท ก็ต้องถูกกระตุ้นให้ตื่นด้วยระบบสั่นของโทรศัพท์มือถือเพื่อเตือนว่ามีสายเรียกเข้า ร่างโปร่งหัวเสียทันทีเมื่อรู้ว่ามีสายเรียกเข้า คนจะหลับจะนอนโทรมาทำไมกันนะ…แต่เมื่อดูชื่อของสายเรียกเข้าที่กระพริบตามจังหวะไฟแล้วนั้นก็ต้องเผยรอยยิ้มกว้างขึ้นมาอีกครั้ง อาการหัวเสียเมื่อครู่หายไปแทบจะทันที ก่อนจะกดตอบรับทักทายด้วยเสียงหวาน


“ว่ายังไง…ชางมินนี่?”

‘ใครให้นายเรียกฉันว่าชางมินนี่ไม่ทราบ?’ เสียงทางอีกฝ่ายดูออกจะโกรธขึ้งไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อได้ยินสรรพนามเรียกชื่อเช่นนี้

“ก็แหม! เรียกแค่นี้เองนี่นา โกรธงั้นเหรอ?” ถามเสียงอ้อน ไม่ได้รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นได้แต่อมยิ้มอยู่ทางฝั่งประเทศนอร์เวย์

‘โกรธ…โกรธที่นายไปโดยไม่บอกฉันสักคำ ถ้าฉันไม่รู้จากพี่ยู ก็คงจะไม่รู้ว่าตอนนี้นายหนีไปอยู่ญี่ปุ่นแล้ว’


จุนโนะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อจับสัมผัสได้ว่าชางมินเริ่มน้อยใจเค้าแล้ว ก็รู้หรอกนะว่าตัวเองผิด แต่ถ้าบอกชางมินว่าเค้าจะมาญี่ปุ่น เจ้านั่นคงจะยอมให้เค้ามาหรอก สู้ทนเงียบแล้วแอบดอดมาโดยไม่บอกดีกว่า…แต่เอ๊ะ! มาคิดอีกทีมันจะคุ้มหรือเปล่าหว่า?


“อย่าโกรธเลยน๊า~ ก็แค่จะกลับมาทำอะไรสักอย่างแค่นั้นเองง่า…ดีกันนะ...นะ...น้าาา...เค้าอุตส่าห์ง้อแล้วด้วย”

‘จะกลับไปทำอย่างที่เคยบอกไว้จริง ๆ หนะเหรอ จุนโนะสุเกะ?’ ชางมินถามย้ำอีกครั้ง

“อืม…เสร็จแล้วจะรีบกลับทันทีเลย คิดถึงจะตายอยู่แล้ว” ถือโอกาสอ้อนซะเลย จะได้เลิกงอนไว ๆ…

‘อย่าทำอะไรเกินตัวนะ แล้วก็สัญญาด้วยว่าถ้าเสร็จธุระที่เคยบอกแล้วจะรีบกลับมา…รู้มั้ยว่าเวลาไม่มีจุนจังอยู่หนะ มันน่าเบื่อแค่ไหน’ ถ้าตอนนี้จุนโนะอยู่ที่ประเทศนอร์เวย์คงจะได้เห็นหัวทุย ๆ ของชางมินมาไถ ๆ อยู่ตรงต้นแขนเค้าแน่ ๆ

“สัญญา…ถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ชอบคำสัญญาก็เถอะนะ…”

‘ยังไงก็…ทำเรื่องราวให้มันจบลงได้แล้วหละ นายรอโอกาสนี้มาสามปีแล้วไม่ใช่เหรอ? อย่าทำให้มันพลาดละกัน…’

“อืม…ชางมินรู้ใจแล้วก็เข้าใจเค้ามากที่สุดเลย คิดถึงเหมือนกันนะ” ก่อนจะส่งเสียงจุ๊บผ่านทางโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนที่จะวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่หัวเตียง มองเครื่องมือสื่อสารด้วยรอยยิ้มสุขใจ ปิดเปลือกตาลงพลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อสามปีก่อน วันที่เค้าได้เจอกับคน ๆ หนึ่งที่ชื่อว่า ชิม ชางมิน


จากวันนั้น วันที่เค้าได้เจอกับชางมินครั้งแรก เด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจดึงดูดสายตาของเค้าไว้ รอยยิ้มนั้นดูเป็นมิตรและจริงใจสำหรับเด็กที่เพิ่งจะเข้ามาเรียนเป็นวันแรกอย่างเค้า และเมื่อเวลาผ่านไป จุนโนะก็ได้รับรู้ถึงความจริงใจที่มีให้เค้าซึ่งในเวลานั้นมีจิตใจบอบช้ำจากเรื่องเลวร้าย จากเพื่อนสนิทก็เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นคนรู้ใจและคนรักในที่สุด


ถึงแม้ในระยะแรกจุนโนะจะยังไม่สนิทใจกับสรรพนามที่เรียกว่าคนรัก แต่ชางมินก็ทำให้เค้ารู้สึกถึงคำว่าว่าความรัก จุนโนะจึงยอมเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นให้ชางมินได้ฟัง ถึงแม้ว่าตอนแรกนั้นชางมินจะไม่ยอมเมื่อจุนโนะสุเกะบอกว่าจะกลับมาแก้แค้นคนสองคน แต่เมื่อชางมินได้ฟังเหตุผลที่คนรักบอกแล้วนั้นจึงต้องจำยอมอย่างเสียไม่ได้…



************************



กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


เสียงนาฬิกาปลุกรูปไข่มีปีกดังขึ้นภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่จัดได้ว่าค่อนข้างที่จะกว้างพอสมควร เตียงนอนสี่เสาสีขาวมีร่างโปร่งที่นอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง จุนโนะสุเกะหลับตั้งแต่เมื่อวานทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำ เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นมารับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณของวันใหม่ เช้าวันแรกที่เค้าได้มาอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด หลังจากที่ย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศถึงสามปี


“อ๋า! ยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานเลยนี่นา” จุนโนะร้องอุทานเมื่อเห็นว่าชุดที่ตัวเองสวมใส่ตอนนอนนั้นยังเป็นชุดของเมื่อวานอยู่…

“แย่ ๆ ๆ…ถ้าแม่มาเห็นสภาพตอนนี้ สงสัยโดนบ่นตายเลย”


ค่อย ๆ ยันตัวให้ลุกออกจากเตียงนอนที่แสนจะสบาย ลุกขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อขับไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะเดินสาวเท้าเพียงสั้น ๆ ไปยังตู้เสื้อผ้าไม้ขนาดกะทัดรัดเพื่อเลือกเสื้อผ้าที่จะใส่ในวันนี้ เมื่อเลือกเสื้อผ้าที่จะสวมใส่ในวันนี้ได้แล้วนั้น ร่างโปร่งจึงค่อย ๆ เดินก้าวยาว ๆ ลงไปชั้นล่างเพื่ออาบน้ำให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย


วันนี้เด็กหนุ่มจะต้องเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยเคโอ เพื่อที่จะยื่นเรื่องต่อการศึกษาซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก ในเมื่อเค้าก็เป็นถึงนักเรียนนอกเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองนอก ถึงแม้ว่าจะเรียนจบแค่ปี 1 ของมหาวิทยาลัยที่นั่นก็ตาม แต่ยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนนอกหละน่า!!


…Pipo! Pipo! Pipola!!…
จุนโนะสุเกะหยิบมือถือที่สั่นและมีไฟกระพริบตรงหน้าจอขึ้นมาดูสายเรียกเข้า หน้าจอมือถือนั้นปรากฏชื่อของยามะพีขึ้น จุนโนะชั่งใจอยู่พักหนึ่งว่าจะรับดีหรือว่าจะปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นดี หากความคิดแรกก็ชนะเมื่อนิ้วเรียวยาวกดปุ่มรับสาย


“โมชิ โมชิ…” จุนโนะสุเกะพูดรับแค่นั้น ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายพูดเพื่อรอดูท่าทีว่าวันนี้ที่ยามะพีโทรมาตั้งแต่เช้านั้นมีอะไร

‘วันนี้ไปไหนหรือเปล่า จุนโนะ?’

“ไป…จะไปยื่นเรื่องเรียนต่อที่ม.เคโอ” ไม่ปิดบังความจริงว่าจะไปที่ใด เพราะคิดว่ายังไงคนฉลาดอย่างยามะพีก็รู้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าจะพยายามปิดให้ตายยังไงก็ตาม

‘นายจะเรียนมหา’ลัยเคโออย่างนั้นหนะหรือ?’ ดูเหมือนว่าเสียงปลายสายจะร้อนรนพิกล


แต่ก็ช่างเถอะ…ยังไงซะ ยามะพีก็ไม่มีทางหยุดความคิดและการกระทำของเค้าในเรื่องนี้ได้หรอก…


“นายฟังไม่ผิดหรอก” จุนโนะพูดเสียงเรียบ เค้ารู้ทันทีว่ายามะพีจะพูดเรื่องอะไรเป็นเรื่องต่อไป แล้วก็จะพูดอย่างไร...คงจะประมาณว่าไม่ให้เค้าไปแก้แค้นจินและคาเมะ น่าจะปล่อยเรื่องนี้ไปได้แล้ว


แต่ถ้าใครที่ไม่ได้เป็นเค้า
ก็คงไม่มีทางที่จะเข้าใจความรู้สึกนี้หรอก
ความรู้สึกที่โดนคนรักหักหลัง
ไม่มีใครเข้าใจหรอก


‘นายจะแก้แค้นพี่จินใช่มั้ย? ฉันขอร้องหละจุนโนะ…นายล้มเลิกความคิดนี้เถอะนะ’ จุนโนะสุเกะรู้ว่าที่ยามะพีพูดนั้นก็คือให้เค้าปล่อยวางเรื่องนี้ รู้ดีว่าที่ยามะพีพยายามที่จะให้เค้าปล่อยวางนั้น เพราะว่าเพื่อนตาโตของเค้ากำลังเป็นห่วงเค้าอย่างสุดซึ้ง


แต่เค้าจะไม่ปล่อยวางหรอก
เค้าจะต้องแก้แค้นให้ถึงที่สุด
เค้าอยากจะเห็นใบหน้าที่เจ็บปวดของจิน
เวลาที่โดนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี…


อยากจะรู้นักว่าสภาพของจินจะเป็นอย่างไร
มันคงจะน่าดูพิลึกเชียวหละ…!!


“นายไม่เป็นฉัน นายไม่รู้หรอก…ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกฉันมันเป็นยังไง”

‘ใช่...ฉันไม่เข้าใจ!!...ไม่เข้าใจความรู้สึกของนาย แล้วก็ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมนายถึงไม่ยอมปล่อยวางเรื่องนี้สักที สามปีแล้วนะ…นายน่าจะปล่อยได้แล้ว...แล้วหาคนใหม่ซะ’

“ฉันหาคนใหม่แน่ แต่ฉันจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้มันจบเสียก่อน…ฉันอยากจะเห็นใบหน้าของจินเวลาที่โดนฉันปั่นหัวให้มันหลงฉัน รักฉันจนโงหัวไม่ขึ้น…ฉันอยากจะเห็นใบหน้าของมันเวลาที่โดนฉันทิ้ง ฉันอยากจะให้มันรับรู้ความรู้สึกนี้บ้าง…อยากจะให้มันจำความรู้สึกที่เจ็บปวดเวลาโดนคนที่รักเจียนตายทิ้งไป ให้ความรู้สึกมันจำและฝังลึกเข้าไปในกะโหลกหน