[SF] ...JEALOUS... [8059] #3 Ending

posted on 25 Oct 2010 18:02 by rupingfic in SF
Short Fiction  ::  JEALOUS
Part  ::  Ending
Pairing  ::  Yamamoto x Gokudera [8059]
BGM  ::  อยากลืมว่าเป็นเพื่อนเธอ - เฟย์ฟางแก้ว
Rating  ::  PG-13
Genre  ::  Drama
Author  ::  YuuYuu
Date  ::  25.10.2010

 

 


JEALOUS #1  ||  JEALOUS #2

 

 


แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องไปยังร่างทั้งสองร่างที่เดินเคียงคู่กันไปโดยไร้บทสนทนาใด ๆ  นภาตัวเล็กได้แต่แอบมองผู้พิทักษ์ที่เดินเคียงข้างด้วยสายตาที่ฉายแววเป็นห่วงเพราะทันทีที่ออกมาจากห้องเรียนรอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าก็เลือนหายไปในทันใด 

 

 

ทั้งคู่เดินมาจนถึงร้านน้ำแข็งใสเจ้าประจำก่อนจะสั่งและรออย่างเงียบ ๆ  ไม่นานนักน้ำแข็งใสที่ส่งไอเย็นก็ถูกนำมาวางตรงหน้าทั้งสอง  ทั้ง ๆ ที่สึนะโยชิเองก็ตักน้ำแข็งใสเข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว  หากคนที่ชักชวนให้มาทานกลับได้แต่นั่งเหม่อมองน้ำแข็งใสที่กำลังละลายอย่างช้า ๆ  ดวงตาสีเขียวสดนั้นซีดลงกว่าเดิมมากนัก  รอยแดงช้ำตรงขอบตาก็เริ่มเพิ่มขึ้นทุกวันจนสึนะเองก็เริ่มเป็นห่วงมากขึ้น

 

 

เจ้าของดวงตาเขียวสดที่เริ่มซีดจางตามความรู้สึกนั้นได้แต่นั่งเขี่ยน้ำแข็งใสไปมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะตักเข้าปาก  เกล็ดน้ำแข็งใสละลายไปอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับหัวใจของวายุที่เริ่มอ่อนแรงลงทุกวัน  หากความเจ็บปวดกลับเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ  และก่อนที่โกคุเดระจะดำดิ่งไปสู่ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นก็ถูกเสียงเรียกชื่อจากคนที่เทิดทูนที่สุดเรียกคืนจากภวังค์

 

 

 

“โกคุเดระคุง...”

 

 

“คะ..ครับ  รุ่นที่สิบ...มี...มีอะไรหรือครับ?”

 

 

 

สึนะโยชิอ้าปากค้างครู่หนึ่งเหมือนอยากจะพูดอะไรออก  หากก็ถอนหายใจแผ่วเบาและเปลี่ยนเป็นฉาบรอยยิ้มบาง ๆ ไว้แทน

 

 

 

“น้ำแข็งใสจะละลายหมดแล้วนะ”

 

 

“อ๊า  ผมลืมไปเลย...ขอบคุณที่เตือนนะครับท่านรุ่นที่สิบ”

 

 

 

ผู้พิทักษ์วายุรีบกระวีกระวาดตักเกล็ดน้ำแข็งใสเข้าปากเมื่อเห็นว่าความเหม่อของตัวเองทำให้มันละลายเกือบครึ่งถ้วยแล้ว  โกคุเดระหัวเราะแหะ ๆ เป็นการกลบความคิดที่ดูเหมือนจะล่องลอยไปไกลแสนไกล  เจ้าตัวรีบตักน้ำแข็งใสเข้าปากอีกคำก่อนจะหลับตาปี๋เพราะความเย็นมันจี๊ดขึ้นสมอง  สึนะโยชิได้แต่ฉาบรอยยิ้มบาง ๆ เช่นเดิมเอาไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

“โกคุเดระคุงมีอะไรอยากจะปรึกษาฉันมั้ย”

 

 

 

 

 

 

 

ความกระวีกระวาดเมื่อครู่ของโกคุเดระหายไปในทันใด  เหลือเพียงแค่อาการชะงักเท่านั้น  วายุเบิกตากว้างแววตาตื่นตระหนกเมื่อได้ฟังคำถามนั้นจากวองโกเล่ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นการผลุบตามองถ้วยน้ำแข็งใส  ดวงตาสีเขียวนั้นซีดลงอีกจากเดิมที่มันซีดอยู่แล้ว  ริมฝีปากบางนั้นเม้มแน่นจนเป็นเส้นเดียว  มือที่ถือช้อนและจับถ้วยน้ำแข็งใสสั่นเล็ก ๆ

 

 

 

วายุอึกอักไปสักพักจึงกล้าที่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาดวงตาสีน้ำตาลที่เข้มแข็งหากก็อ่อนโยนในเวลาเดียวกัน  ดวงตาสีเขียวมรกตกลับมาเข้มขึ้นได้อีกนิดก่อนที่ปากบางสวยจะอ้าปากเพื่อจะพูดสิ่งที่ค้างคาใจมาตลอด  หากมันก็ไม่มีเสียงลอดออกมาสักนิด

 

 

ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอีกครั้งเมื่อสายตาดันเผลอไปจับจ้องภาพที่อยู่ข้างนอก  ภาพที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดมากมายมหาศาล  ลมหายใจหยุดชะงักพร้อมกับหัวใจที่เต้นตุบ ๆ อยู่ที่อกด้านซ้ายคล้ายจะเต้นช้าลง  ช้าลงจนท้ายที่สุดมันคงจะหยุดเต้น  โลกของเขามืดสนิทเหมือนดั่งจมลงไปกลางทะเลลึก 

 

 

 

 

 

ไม่มีแสงสว่าง  ไม่มีอากาศหายใจ

 

 

และตายไปอย่างช้า ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงที่เดินเคียงคู่กับหญิงสาวที่สูงถึงแค่ไหล่ของอีกฝ่ายกำลังทานไอติมโคนอย่างเอร็ดอร่อย  ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นถูกท่อนแขนเล็กผิวขาวจนดูน่าทะนุถนอมควงเอาไว้  รอยยิ้มกว้างจนตาปิดถูกฉาบไว้ที่ใบหน้าของทั้งคู่ก่อนที่มายูจะถูกยามาโมโตะเรียกให้หยุดซึ่งดูเจ้าหล่อนก็ดูงุนงงมิใช่น้อย  ฝ่ามือแกร่งของพิรุณประคองไปที่ใบหน้าเล็กของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน  หลังจากนั้นจึงใช้หัวแม่มือปาดรอยไอศกรีมที่เลอะตรงริมฝีปากของฝ่ายหญิง  เช็ดมันออกเบา ๆ และเลียไอติมส่วนที่เลอะนั้นเอง  ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้ฝ่ามือโยกศีรษะเล็ก ๆ ของมายูนั้นช้า ๆ แล้วจึงเริ่มเดินต่อไป

 

 

 

 

 

 

...เจ็บ

 

 

...ปวด

 

 

 

 

 

 

หัวใจที่เจ็บจนพูดอะไรไม่ออกนั้นกลับเหมือนมีเข็มนับพันเล่มโถมเข้ามาแทงจนมันเจ็บซ้ำ

 

 

 

 

 

 

 

เจ็บ

...จนเจียนตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนตัวเล็กตรงหน้าดูสงสัยไม่น้อยที่เขาไม่พูดอะไรออกมา  แต่กลับกลายเป็นอาการค้างชั่วขณะจึงลองหันมองไปตามสายตาของเขา  หลังจากนั้นจึงรีบหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเป็นห่วง  และนั่นเป็นผลที่ทำให้วายุหลับตาแน่นเหมือนสะกดความรู้สึกเอาไว้

 

 

 

 

 

 

สะกดความรู้สึกที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

ความรู้สึกที่อยากได้มาครอบครอง

 

 

ความรู้สึกที่อยากได้มาเป็นเจ้าของ

 

 

 

 

 

 

ความรู้สึกที่อยากจะแย่งยามาโมโตะมาเป็นของเขาเพียงผู้เดียว

 

    

 

 

 

 

...ความรู้สึกอิจฉา 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โกคุเดระคุง...”

 

 

“..........ไม่มีอะไรครับท่านรุ่นที่สิบ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ไปส่งวองโกเล่ถึงที่บ้านและเห็นว่าเข้าบ้านเรียบร้อยแล้วนั้น  ผู้พิทักษ์วายุก็ได้เดินไปตามเส้นทางเพื่อกลับที่พักของตัวเองคนเดียว  ดวงจันทราครึ่งเสี้ยวสาดแสงสีเหลืองนวลพร้อมรอบข้างที่ถูกล้อมไว้ด้วยหมู่ดวงดาวเล็ก ๆ  แม้ไม่มากเท่าคืนเดือนแรมหากก็ไม่น้อยไปกว่าคืนเดือนเพ็ญ

 

 

โกคุเดระเงยหน้ามองท้องนภาที่โรยตัวสีดำพลางถอนหายใจเบา ๆ  นัยน์ตาสีเขียวมรกตซีดนั้นสะท้อนภาพของดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวก่อนที่ความทรงจำจะหวนแล่นไปยังคืนวันที่มีร่างสูงของยามาโมโตะเดินเคียงข้าง  เสียงหัวเราะกับรอยยิ้มที่ยิ้มจนตาปิดตามแบบฉบับของเจ้าบ้าเบสบอลยังคงดังก้องกังวานภายในโสตประสาท  ทว่าตอนนี้เค้าเหลือแค่เพียง

 

 

ไอร้อนจากมวลอากาศที่อยู่เคียงข้าง

 

...และเสียงสายลมร้อนพัดผ่านที่ดังเข้ามาให้ได้ยินเพียงเท่านั้น

 

 

 

 

 

เพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

ไม่มียามาโมโตะสำหรับเขาอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

ไม่มีหยาดฝนที่เคียงคู่พายุอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

จากนี้ต่อไปจะมีแค่เพียง

...สายลมที่พัดผ่านไปอย่างเดียวดาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงนาฬิกาบ่งบอกเวลาสี่ทุ่มตรงพอดีกับที่โกคุเดระทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย  ร่างบางเช็ดผมที่มีหยดน้ำเกาะตรงปลายเส้นผมก่อนจะดันประตูระเบียงเพื่อที่จะไปนั่งตากลมร้อนหากเย็นสบากเฉกเช่นทุกครั้ง  มือเรียวไม่ลืมที่จะคว้าโทรศัพท์มือถือติดมือมาด้วยเพราะความเคยชิน  แม้จะไม่มีหยาดฝนคอยโทรหาแล้วก็ตาม  หากวันนี้กลับผิดคาดกับที่คิดไว้เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานเครื่องสื่อสารที่ไว้ข้างกายก็กลับดังขึ้นมาเสียอย่างนั้น  และยิ่งผิดคาดมากขึ้นไปอีกเมื่อหน้าจอปรากฏชื่อของยามาโมโตะ  คิ้วเรียวสวยขมวดกันจนจะเป็นปม  โกคุเดระชั่งใจอยู่สักพักจึงกดรับ

 

 

 

‘โกคุเดระ...ดีจริงที่นายรับสายฉัน’

 

 

 

เสียงร่าเริงของยามาโมโตะดังมาตามสาย  หากคนรับสายกำลังเม้มปากจนเป็นเส้นเดียวเพื่ออดกลั้นเสียงสะอื้นที่อย่างไรก็ให้คนปลายสายรับรู้ไม่ได้  น้ำอุ่น ๆ ที่รื้อขึ้นมาคลออยู่ที่ดวงตานั้นกำลังจะไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง  เขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาคิดถึงเสียงนี้มากเพียงใด  แม้พยายามจะเลิกคิดถึงเลิกเฝ้าหา  หากทุกสิ่งทุกอย่างที่พยายามจะทำเพื่อให้เลิกนั้นกลับพังทลายลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่คิดถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  แม้จะคอยย้ำคอยพร่ำบอกกับตัวเองว่าเขากับยามาโมโตะมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว  หากภายในใจก็กลับแย้งอย่างไร้เหตุผล

 

 

 

“แก...มีอะไร”

 

 

 

พยายามอย่างมากที่จะบังคับเสียงไม่ให้สั่น  หากเขาก็ทำได้ไม่ค่อยดีนักเมื่อเสียงยังคงสั่นเครือเล็ก ๆ  เขาจึงเลือกที่จะถามประโยคสั้น ๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ยินเสียงสั่นของเขา

 

ไม่ให้ยามาโมโตะรู้ว่า

...เขาอ่อนแอเพียงใดเมื่อขาดสายฝน

 

 

 

‘ฉัน......นั่นสินะ  ฉันมีอะไรถึงโทรหานายแบบนี้’

 

 

“มีอะไรก็ว่ามา...”

 

 

 

 

 

 

 

‘ฉันแค่...คิดถึงนาย’

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อึก...”

 

 

 

โกคุเดระอึ้งไปกับประโยคบอกคิดถึงของยามาโมโตะ  ตอนนี้ภายในสมองของเขามันสับสนไปหมดเมื่อเขาไม่รู้ว่ายามาโมโตะจะมาบอกคิดถึงเขาทำไม  ในเมื่ออีกฝ่ายก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วเช่นนี้  วายุยอมรับกับตัวเองว่าเขารู้สึกดีใจที่ได้ยินคำพูดหวานเหมือนที่เคยได้ยินเป็นประจำก่อนที่จะมีหญิงสาวนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมายืนเคียงข้างกายของพิรุณ 

 

 

 

“ฉัน....”

 

 

‘ทาเคะจาง~  อ้าวคุยโทรศัพท์อยู่เหรอ...กับโกคุเดระคุงงั้นเหรอ?’

 

 

 

 

 

 

เสียงของมายูดังลอดออกมาจากปลายสายพร้อมกับเสียงทุ้มอ่อนโยนของพิรุณตอบกลับไป  ต่อมาจึงเป็นเสียงหัวเราะใสของมายูอีกครั้ง  ทำให้คำพูดที่โกคุเดระคิดไว้นั้นถูกกลืนหายลงไปในคอ  น้ำตาที่รื้นคลออยู่ที่ดวงตาเหือดหายไปทันใดพร้อมกับดวงตาสีเขียวซีดนั้นถูกปิดลงเพื่อเก็บกดความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงหวานของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวจริงของยามาโมโตะ  ประโยคหวานที่เคยพร่ำบอกนั้นมันก็เหมือนกับความฝันที่เขาจะต้องตื่นขึ้นมาพบเจอกับความเป็นจริงอันแสนโหดร้าย

 

 

 

แท้จริงแล้วพิรุณไม่ใช่ของสายลม

 

 

 

มือเรียวตัดสินใจกดปุ่มวางสายก่อนจะวางมันไว้ที่ข้างกายเช่นเดิม  ศีรษะที่มีเส้นผมสีเงินสลวยปกคลุมนั้นเงยหน้าพิงกับบานประตูกระจก  ดวงตาเรียวยังคงหลับตาสนิท  เสียงสะอื้นฮักเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อร่างบางเก็บกั้นความรู้สึกที่มีอยู่นั้นไม่ไหว  ความเจ็บปวดมันเอ่อล้นเกินกว่าที่เขาจะนึกถึง  หัวใจที่ยังคงเต้นตุบ ๆ นั้นเจ็บแปล๊บจนโกคุเดระนิ่วหน้า 

 

 

 

เสียงเมโลดี้ของโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง  หากคราวนี้วายุผมสีเงินไม่คิดแม้แต่จะหยิบมันขึ้นมารับ  เขาจึงได้แต่ปล่อยให้เสียงเมโลดี้ดังอยู่อย่างนั้นจนมันเงียบไปเอง  นั่นจึงทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงตัดใจวางไปแล้ว  หากยังไม่ทันจะถึงนาทีเสียงเมโลดี้เสียงเดิมก็ดังขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้มือเรียวทั้งสองข้างที่กอดเข่านั้นเลื่อนเปลี่ยนมาเป็นปิดหูเสียแน่น  เพื่อที่จะไม่ให้เสียงที่ไม่ต้องการได้ยินนั้นลอดเข้าในโสตประสาท  เสียงสะอื้นที่เริ่มหนักขึ้นจนเจ้าตัวรู้สึกว่าแทบจะขาดใจตาย  จนในที่สุดน้ำตาที่กักเก็บมานานก็พังทลายออกมา  ร่างกายของโกคุเดระสั่นเพราะความเจ็บปวด เสียใจ

 

 

 

“ฮึก...ฮึก...”

 

 

 

เขาไม่มีสิทธิแม้แต่จะหวงยามาโมโตะด้วยซ้ำ

ไม่มีสิทธิที่จะไปบอกคิดถึงเจ้านั่น

ไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิด

 

 

 

 

“ฮึก...ฮือออออ”

 

 

 

 

เหมือนมีมีดปลายแหลมมากรีดที่หัวใจของเขาช้า ๆ  เมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงคนนั้นดังเข้ามาภายในความทรงจำและเสียงทุ้มอ่อนโยนนั่นตอบกลับไป  เสียงหัวเราะร่าของมายู...และสุดท้ายคือเสียงที่บอกว่าคิดถึงเขา  เสียงที่เขาอยากจะได้เป็นเจ้าของ  ร่างกายที่อยากจะครอบครอง

 

 

 

 

เจ็บกับคำหวานมากมายที่เคยพร่ำบอก

 

หากสุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ลมปาก

 

 

 

เจ็บจนเริ่มด้านชา

 

เจ็บจนไม่รู้สึกอะไร

 

 

 

 

 

 

 

“พอ...เสียที  พอ...ได้โปรด”

 

 

 

 

 

 

ยิ่งอยากจะลบเลือนเสียงทุ้มอ่อนโยนหรือจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลไหม้ที่มอบความอ่อนโยนนั่นมาให้มากเท่าไร  หากเหมือนสิ่งเหล่านั้นมันกลับฝังแน่นหยั่งรากลึกลงไปในความทรงจำของเขาเสียแล้ว  แม้จะอยากให้มันหายไปมากแค่ไหน  แต่มันก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

เขาเกลียดความต้องการแบบนี้

 

เพราะมันทำให้เขาเกลียดตัวเอง

 

มันทำให้เขาขยะแขยงตัวเอง

 

 

 

 

 

 

เพราะเขาไม่ใช่นางเอก

 

ที่จะต้องมีพระเอกมาพร่ำบอกรักด้วยสายตาหวานซึ้ง

 

 

 

 

 

 

 

ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นแค่ 

...ตัวอิจฉา 

 

 

 

 

 

 

 

 

***********************************

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงรอสายยังคงดังอย่างต่อเนื่องเมื่อปลายสายยังไม่ยอมกดรับเสียที  ร่างสูงผิวสีแทนนั้นกดวางสายและต่อสายอีกครั้ง  หากมันก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเมื่อเขายังได้ยินแต่เสียงรอสายเช่นเดิม 

 

 

ยามาโมโตะถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนจะปิดฝาพับเครื่องสีเทาดังพั่บแบบไม่สนใจใยดีว่ามันจะแตกหักหรือไม่  เขายอมแพ้แล้วจริง ๆ  ต่อให้โทรให้ตายยังไงเขาก็รู้ว่าโกคุเดระไม่รับสายเขาอีกแล้วแน่นอน  ทั้งที่เขาคิดว่าคืนนี้